อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีนขยายตัว เอื้อประโยชน์ผู้ส่งออกไทย

business woman using mobile payments online shopping and icon customer network connection on virtual screen, m-banking and omni channel

ผู้บริโภคจีนนิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมากขึ้น เหตุเชื่อมั่นสินค้าจากประเทศต้นทาง แนะผู้ประกอบการไทยใช้ช่องทางนี้เข้าสู่ตลาดจีน

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ เมืองเซี่ยเหมิน เปิดเผยว่า ผู้บริโภคชาวจีนส่วนใหญ่หันมาสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน หรือ Cross-border E-Commerce (CBEC) มากขึ้น เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า (ไม่ใช่สินค้าเลียนแบบ) จากประเทศต้นทาง และสินค้ามีความหลากหลาย โดยมีข้อมูลจากกรมศุลกากรจีน ระบุว่า ปี พ.ศ. 2560 CBEC ที่ผ่านพิธีการศุลกากรมีมูลค่าสูงถึง 9 หมื่นล้านหยวน เติบโตร้อยละ 80.6 เมื่อเทียบกับปี 2559 (มูลค่านำเข้า 5.66 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นร้อยละ 116.4 ในขณะที่มูลค่าส่งออก 3.37 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.3) มูลค่ารวมคิดเป็นมูลค่า 7.6 ล้านล้านหยวน ด้วยอัตราการเติบโต ร้อยละ 20.6 และข้อมูลจาก iiMedia Research บริษัทที่ปรึกษาด้านวิเคราะห์ข้อมูลและการตลาด คาดการณ์ว่า ปี พ.ศ. 2561 ธุรกิจ CBEC ของจีนจะขยายตัวไปถึง 9 ล้านล้านหยวน

ด้านรัฐบาลจีนมีนโยบายสนับสนุน CBEC ด้วยระบบขนส่งและมาตรการทางภาษีที่เอื้อต่อการทำธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ รวมถึงการเปิดคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse) หรือเขตทดลองการค้าสำหรับ CBEC ทั้งหมด 13 เขต ได้แก่ เมืองหางโจว นครเซี่ยงไฮ้ นครเทียนจิน นครฉงชิ่ง นครเหอเฝย นครเจิ้งโจว นครกว่างโจว นครเฉิงตู เมืองต้าเหลียน เมืองหนิงโป เมืองชิงต่าว เมืองเซินเจิ้น และเมืองซูโจว

การเข้าสู่ตลาดจีนอย่างเต็มรูปแบบผ่านช่องทางการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในเวลานี้ นับเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทย เนื่องจาก CBEC ของจีน ในที่นี้ หมายถึง ร้านค้าออนไลน์จีนที่จำหน่ายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยเชื่อมระบบของร้านค้าออนไลน์กับศุลกากรจีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร โดยผู้บริโภคเพียงแค่สั่งซื้อสินค้าและชำระค่าสินค้าโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนเกี่ยวกับงานด้านศุลกากรแต่อย่างใด ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็น CBEC เช่น www.KAOLA.com www.tmall.hk www.jd.hk (JD Worldwide) เป็นต้น นั่นหมายถึง สินค้าที่ส่งถึงประเทศจีนจะมีการดำเนินพิธีศุลกากรในรูปแบบที่แตกต่างจากการส่งสินค้าแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า B2B และสินค้ารูปแบบไปรษณีย์ภัณฑ์ ทั้งในเรื่องของการคำนวณภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการตรวจมาตรฐานสินค้า พร้อมกันนี้ประเทศจีนได้มีการพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพให้การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงด้านพิธีการศุลกากรและโลจิสติกส์ ตัวอย่างการตรวจสอบสินค้าเข้า CBEC แบบ “Cross-Department One-Stop Inspection” ที่ด่านศุลกากร Huangpu ซึ่งได้มีการปรับขั้นตอนพิธีการให้ 2 หน่วยงานสามารถเข้าตรวจสอบสินค้าตามความรับผิดชอบของตนได้ในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ระยะเวลาด้านการตรวจสอบลดลงและสามารถส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้เร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน Metcash ผู้ส่งออกที่มีชื่อเสียงในอันดับต้นของออสเตรเลียได้ร่วมมือกับ JD.com บริษัทอีคอมเมิร์ซแถวหน้าของจีนในการนำสินค้าจากออสเตรเลียเข้าสู่ตลาดจีน โดย JD.com ได้สร้างสำนักงานใหญ่ที่ออสเตรเลียเพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจท้องถิ่นและส่งเสริมให้ส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดจีน ในขณะที่ Alibaba Group ได้เข้าสู่ตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แล้ว รวมทั้งใช้วีธีลงทุนในหุ้นอีคอมเมิร์ซท้องถิ่นเพื่อเปิดตลาดในอเมริกา และได้เข้าซื้อ Lazada อีคอมเมิร์ซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ บริษัทอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีนอื่นๆ อาทิ KAOLA.com กำลังเร่งบุกตลาดยุโรปในปีที่ผ่านมา โดยลงทุนกว่า 3 พันล้านยูโร เพื่อซื้อสินค้าที่มีคุณภาพสูงในประเทศท้องถิ่นและสนับสนุนแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาในประเทศจีนอีกด้วย

ที่มา : http://www.ditp.go.th/ditp_pdf.php?filename=contents_attach/236207/236207.pdf&title=236207
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?SECTION_ID=486&ID=18325