พาณิชย์พร้อมเจรจาอาร์เซ็ป ดันสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกอบการไทย

Global business concept. Silhouette of business people.

พาณิชย์ พร้อมเดินหน้าเป็นเจ้าภาพอาร์เซ็ป ครั้งที่ 23 เร่งผลักดันการเจรจา มั่นใจผู้ประกอบการไทยได้สิทธิประโยชน์เต็มที่

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) ครั้งที่ 23 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 โดยเตรียมผลักดันนโยบายสำคัญอันจะส่งผลดีให้กับผู้ประกอบการไทยและสมาชิกในกลุ่ม

สำหรับประเด็นสำคัญที่เตรียมผลักดันให้ได้ข้อสรุปเจรจาในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ ประกอบด้วย 3 เรื่องหลักสำคัญ ได้แก่ พิธีการศุลกากร มาตรฐานสุขอนามัยพืช และกฎระเบียบทางเทคนิค รวมถึงหัวข้อสำคัญอื่นทางด้านสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงฯ โดยตรงกับผู้ประกอบการไทย อาทิ การใช้สิทธิด้านภาษีศุลกากร การสะสมถิ่นกำเนิดสินค้าในภูมิภาค RCEP และการเข้าสู่ตลาดการค้าบริการ

ทั้งนี้ RCEP เป็นความตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศนอกกลุ่มอาเซียนอีก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ตลาดอาร์เซ็ปถือเป็นตลาดการค้าและการลงทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุม 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลก และมีประชากรรวมกันกว่า 3.5 พันล้านคน โดยประเทศไทยกับประเทศสมาชิกอาร์เซ็ป มีมูลค่าการค้ารวมในปี พ.ศ. 2560 ประมาณ 269 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 58.66 ของการค้ารวมทั้งหมดของไทย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2559 ร้อยละ 10.85 โดยสินค้าสำคัญที่ประเทศไทยส่งออกไปยังกลุ่มประเทศภูมิภาคอาร์เซ็ป ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง ยางพารา เครื่องจักรกล เหล็ก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การเจรจาของกลุ่มอาร์เซ็ปในปีที่ผ่านมา เนื่องจากสมาชิกทั้ง 16 ประเทศ มีระดับการพัฒนา ความต้องการ และความอ่อนไหวที่แตกต่างกัน จึงส่งผลให้การเจรจาเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น ปีนี้จึงมีการร่วมกันผลักดันให้การเจรจามีความคืบหน้าและบรรลุผลตามเป้าหมายในปี พ.ศ. 2561 อย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา : https://www.prachachat.net/economy/news-181148
https://www.ryt9.com/s/beco/2848793
https://bit.ly/2Kvm4m4