พาณิชย์เดินหน้า เชื่อมเศรษฐกิจไทยรอบอ่าวเป่ยปู้

Offshore oil rig drilling gas platform in the gulf of Thailand

พาณิชย์ร่วมประชุมหารือ เศรษฐกิจรอบอ่าวเป่ยปู้ เผยสอดคล้องนโยบายไทย พร้อมร่วมมือกับจีน ชูจุดแข็งด้านยุทธศาสตร์ที่ตั้ง ยกระดับภาคการขนส่ง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจรอบอ่าวเป่ยปู้ ครั้งที่ 10 (10th Pan-Beibu Gulf Economic Cooperation Forum) ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่รอบอ่าวเป่ยปู้ให้กลายเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รวมทั้งขยายพื้นที่ทางการค้าให้กับประเทศสมาชิก ซึ่งประกอบด้วยประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับอ่าวเป่ยปู้ (หรืออ่าวตังเกี๋ย) และทะเลจีนใต้ ได้แก่ จีน (มณฑลกว่างชี กวางตุ้ง และไหหลำ) รวมถึงสมาชิกอาเซียน 7 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไนดารุสซาลาม และไทย พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบการขนส่งทั้งทางบกและทางทะเลไปจนถึงการร่วมมือระหว่างท่าเรือของประเทศสมาชิกรอบอ่าวเป่ยปู้

ด้านรัฐบาลจีนต้องการผนึกความร่วมมือกับชาติภูมิภาคอาเซียนให้แน่นแฟ้น จึงมุ่งเน้นการวางยุทธศาสตร์ กำหนดเป้าหมายและแนวทางความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนร่วมแก้ปัญหาและลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อยกระดับกรอบความร่วมมือให้สอดคล้องกับข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมศตวรรษ 21 (Belt and Road Initiative หรือ BRI) ส่งผลให้หัวข้อหลักของการประชุมครั้งนี้ คือ “The Southern Transport Corridor – A New Route of International Trade Across Land and Over Sea” (ระเบียงการขนส่งทางตอนใต้ – เส้นทางการค้าสายใหม่เหนือภาคพื้นและคาบสมุทร) ซึ่งว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบกและทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือและการพัฒนาด้านการขนส่งในหลายรูปแบบและการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการทางศุลกากร

พร้อมกันนี้ ยังได้มีการประชุมย่อยเรื่องความร่วมมือในการสร้างเครือข่ายท่าเรือระหว่างอาเซียน-จีน การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน และการยกระดับกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจรอบอ่าวเป่ยปู้เพื่อให้สอดคล้องกับข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีน ซึ่งเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงของประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยประเทศไทยเองพร้อมที่จะนำจุดแข็งทางด้านยุทธศาสตร์ที่ตั้ง ร่วมมือกับจีน เพื่อยกระดับภาคการผลิตและการขนส่งโลจิสติกส์ไปยังประเทศในกลุ่ม CLMV ที่จะเป็นฐานการผลิตและตลาดรองรับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคตต่อไป

ที่มา : https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_957920
https://www.posttoday.com/aec/news/551705
https://www.thairath.co.th/content/1303346