จีนไฮเทค เปิดเทคโนโลยีโลจิสติกส์ยุคใหม่ พร้อมแผนพัฒนาสร้างโลจิสติกส์ฮับ 5 แห่งทั่วโลก

Businessman shows concept hologram Cruise ship on his hand. Man in business suit with future technology screen and modern cosmic background

จีน เปิดตัวโซลูชั่น “ฟิวเจอร์พาร์ค” เทคโนโลยีโลจิสติกส์ล้ำยุค ในงาน Global Smart Logistics Summit 2018 พร้อมประกาศแผนพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ด้วยโครงการเปิดโลจิสติกส์ฮับ 5 แห่งทั่วโลก ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์

ไช่เหนี่ยว เน็ตเวิร์ค หรือ “ไช่เหนี่ยว” บริษัทโลจิสติกส์จากประเทศจีน ภายใต้อาลีบาบา กรุ๊ป เปิดตัวเทคโนโลยีโลจิสติกส์ยุคใหม่ ในการประชุมสุดยอด โกลบอล สมาร์ท โลจิสติกส์ ซัมมิท (Global Smart Logistics Summit) ภายใต้ชื่อ “ฟิวเจอร์พาร์ค” ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองอู๋ชีใกล้กับนครเซี่ยงไฮ้ทางด้านตะวันออกของประเทศจีน ประกอบด้วย โกดัง สำนักงาน และร้านค้าอัจฉริยะ โดยได้มีการนำเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ เอไอ (Artificial Intelligence) เอดจ์ คอมพิวติ้ง (Edge Computing) และลองเรนจ์ (LoRa)-IoT มาใช้กับระบบจัดการต่างๆ

สำหรับระบบคลังสินค้าอัจฉริยะภายในฟิวเจอร์พาร์ค ใช้ระบบสายพานอัตโนมัติ พร้อมแขนหุ่นยนต์ รวมถึงหุ่นยนต์ AGV (Automatic Guided Vehicles) กว่า 500 ตัว เพื่อการหยิบและแพ็คสินค้าที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่า การใช้ระบบอัตโนมัตินี้จะสามารถช่วยลดขั้นตอนการทำงานของพนักงานถึงได้ถึง 50,000 ขั้นตอนต่อคนต่อวัน นอกจากนี้ ภายในคลังสินค้ายังมีการใช้เซนเซอร์อินฟราเรดที่สามารถระบุความสูงของกองสินค้าคงคลัง และใช้กล้องในการคำนวณความสามารถในการบรรจุของคลังแบบเรียลไทม์ ทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วเพื่อการจัดการสินค้าคงคลังที่ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ประกาศแผนการพัฒนาเพื่อขยายเครือข่ายและเพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ในระดับโลก โดยการเปิดฮับจำนวน 5 แห่งในเอเชีย ยุโรป และตะวันออกกลาง ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับการพิจารณาจัดตั้งเป็นฮับในแผนแรกคือ ดูไบ หางโจว กัวลาลัมเปอร์ ลีแยฌ (ประเทศเบลเยี่ยม) และ มอสโคว เนื่องจากเป็นเมืองที่มีโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ สามารถรองรับการทำธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ต้องการขายสินค้าในระดับโลกได้

ทั้งนี้ ไช่เหนี่ยว ยังได้มีการจัดแสดงเทคโนโลยีในอนาคตที่จะช่วยแก้จุดอ่อนของภาคโลจิสติกส์ อาทิ การจัดส่งในช่วงสุดท้าย (Last-Mile Delivery) และการลดปริมาณขยะ โดยไช่เหนี่ยว บ็อกซ์ ซึ่งสามารถรับแพ็คเกจผ่านการจดจำใบหน้าของผู้ส่งสินค้าในขณะที่ไม่มีใครอยู่ที่บ้าน อีกทั้ง อุณหภูมิของกล่องอัจฉริยะยังสามารถปรับได้ผ่านแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ ในกรณีที่มีผลิตภัณฑ์อาหารที่ต้องเก็บรักษาในความร้อนหรือเย็น หุ่นยนต์ G Plus ของ ET Lab โดยไช่เหนี่ยวที่เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ มีระบบนำทางแบบมัลติเซนเซอร์สำหรับการจัดส่งในช่วงสุดท้าย รวมถึง ET Lab จะนำ G Plus เข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อจัดจำหน่ายภายในปีนี้อีกด้วย

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2836048
http://www.thailand4.com/gen/2018-06-04/c523815ebf9e878caca64bd87fbdd1a6/