ญี่ปุ่นเปลี่ยนทิศ เดินหน้าลุยรถไฟแนว E-W เหตุมีแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดี

ญี่ปุ่นประกาศเตรียมลุยรถไฟแนว E-W Corridor เชื่อมพื้นที่เศรษฐกิจบ้านไผ่-นครพนม ชะลอแนวกาญจบุรี-สระแก้ว ด้านรองผู้ว่าการ รฟท. ของไทย ชี้เส้นทาง E-W เพิ่มความสะดวกขนส่งไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทุ่มเงินลงทุนกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท

ข้อมูลจากการประชุมร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency หรือ JICA) ณ กระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า ประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มเปลี่ยนแผนศึกษาโครงการก่อสร้างรถไฟตามแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Corridor) เส้นทางที่เชื่อมจากเมียนมา ผ่านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไปยังสถานีบ้านไผ่ มุกดาหาร แล้วเชื่อมไปยังจังหวัดนครพนมซึ่งจะเข้าสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และเวียดนาม เนื่องจากมีแนวโน้มการพัฒนาที่ดี พร้อมทุ่มเงิน ต่างจากเส้นทางกาญจนบุรี-สระแก้วที่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นหันมาให้ความสนใจเส้นทางแม่สอดอย่างชัดเจน คือ เป็นเส้นทางที่เชื่อมไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษติลาวา (The Thilawa Special Economic Zone-SEZ) ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นกับเมียนมา และยังส่งผลให้การขนส่งสินค้าออกสู่ท่าเรือดานัง (ท่าเรือหลักทางตอนกลางของเวียดนาม) ไปยังญี่ปุ่นได้

ด้านนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า เส้นทาง E-W Corridor แนวแม่สอด-นครพนม เกิดขึ้นตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการเชื่อมโยงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจกับพื้นที่เขตเศรษฐกิจของแม่สอด โดยใช้งบลงทุนกว่า 6.7 หมื่นล้านบาทในเส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเส้นทางช่วงแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ที่จะเชื่อมไปยังขอนแก่นได้อีกด้วย ซึ่งหากกระตุ้นการค้าชายแดนเมียนมาและสปป.ลาวได้ก็จะเกิดผลดีกับประเทศไทย โดยเฉพาะนครพนมและหนองคาย ดังนั้น ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asia Development Bank) หรือ ADB และ JICA จึงเน้นลงทุนเส้นทางเชื่อมนครพนมเพื่อเป็นเส้นทางเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษติลาวาที่ญี่ปุ่นไปลงทุนนั่นเอง

ในส่วนของความคืบหน้าประมูลรถไฟทางคู่เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของซึ่งจะเป็นเส้นทางที่เชื่อมกับเส้นทาง E-W Corridor ที่ประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสือตอบยืนยันจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก่อนที่กระทรวงคมนาคมจะเร่งนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้เปิดประมูล ซึ่งคาดว่า ครม.จะอนุมัติภายในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ หลังจากนั้นรฟท.จะเปิดประมูลในเดือนสิงหาคม-กันยายนเพื่อหาผู้รับเหมาดำเนินการก่อสร้างในช่วงปลายปีนี้ โดยเริ่มงานก่อสร้างในปี 2562 เป็นต้นไป

ที่มา : http://www.thansettakij.com/content/281178