ไปรษณีย์ไทยจับมือ DHL Express เปิดบริการ “Courier Post” มั่นใจเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและสตาร์ทอัพ

ไปรษณีย์ไทยจับมือ DHL Express เปิดบริการ “Courier Post” มั่นใจเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและสตาร์ทอัพ

ไปรษณีย์ไทยประกาศร่วมมือกับ DHL Express เปิดบริการใหม่ “Courier Post” (คูเรียร์โพสต์) ส่งสินค้าภายใน 2-4 วัน พร้อมบริการ ODD รูปแบบใหม่ ผู้รับเลือกวันและสถานที่เองได้ ด้านผู้บริหารทั้งสองฝ่ายแสดงความมั่นใจ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซและสตาร์ทอัพ

นายสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า การเปิดบริการ Courier Post (คูเรียร์โพสต์) ซึ่งร่วมมือกับ DHL Express ครั้งนี้ นับเป็นการพัฒนาบริการใหม่ๆ ที่การันตีระยะเวลาจัดส่งภายใน 2-4 วัน ตอบโจทย์ผู้บริโภค พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว ชูจุดแข็งของบริการ Courier Post ทั้งในเรื่องของเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมมากกว่า 220 ประเทศทั่วโลก และความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินขั้นตอนทางศุลกากร ณ ประเทศปลายทาง ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศระดับพรีเมียม

ด้านนายชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ DHL Express ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้เป็นการรวมจุดแข็งของ DHL ในด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศระดับพรีเมียมกว่า 220 ประเทศทั่วโลก บวกกับเครือข่ายของไปรษณีย์ไทยที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการของไทยสามารถจัดการส่งสินค้าไปต่างประเทศได้อย่างง่ายดาย และสามารถลงทุนในการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สำหรับบริการ Courier Post ได้เริ่มให้บริการตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีต้นทางอยู่ที่ที่ทำการไปรษณีย์ในกรุงเทพและปริมณฑลรวม 171 แห่งพร้อมทั้งวางแผนขยายการให้บริการแบบครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี พ.ศ. 2561 ส่วนประเทศนำร่องในการจัดส่งสินค้ามีด้วยกันทั้งสิ้น 25 ประเทศปลายทางหลักในทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย อาทิ เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ อิตาลี เยอรมนี ออสเตรีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย เป็นต้น ก่อนจะขยายให้ครบทุกภูมิภาคในระยะต่อไป โดยผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบสถานะการส่งได้ที่แอปพลิเคชัน Track & Trace และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังได้เปิดบริการใหม่สำหรับการส่งสินค้า On Demand Delivery หรือ ODD ที่ให้ผู้รับสินค้าสามารถเลือกวิธีการจัดส่งที่ตรงกับความต้องการ อาทิ การกำหนดระยะเวลานำจ่ายด้วยตัวเอง ให้เพื่อนบ้านรับแทน แจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่ง หรือรับ ณ ศูนย์บริการของ DHL โดยตรง เป็นต้น

แนวโน้มการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย ข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ ETDA) ได้ระบุว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยในปี พ.ศ. 2559 มีมูลค่า 2.56 ล้านล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศอยู่ที่ 13.47% และมีอัตราการเติบโต 25% ต่อปีในปี พ.ศ. 2560 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซโดยรวมของไทยอยู่ที่ 2.8 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะแตะระดับ 3 ล้านล้านบาทในปี 2561 ซึ่งการเติบโตของตัวเลขนี้เองที่ตอกย้ำความมั่นใจให้กับไปรษณีย์ไทย และ DHL ว่าเป็นโอกาสสำคัญของการค้าระหว่างประเทศสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการออนไลน์ในประเทศที่มียอดการจำหน่ายสินค้าสูง

ที่มา :