กระทรวงแรงงาน ดันโลจิสติกส์ เน้นตลาดส่งออก เร่งพัฒนาแรงงาน ขานรับไทยแลนด์ 4.0

กระทรวงแรงงาน ดันโลจิสติกส์ เน้นตลาดส่งออก เร่งพัฒนาแรงงาน ขานรับไทยแลนด์ 4.0

กระทรวงแรงงาน พร้อมขับเคลื่อนโลจิสติกส์ เปิดหลักสูตรพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งเสริมการขนส่งและเศรษฐกิจชายแดน มั่นใจช่วยขยายตลาดส่งออก

ปัจจุบันการแข่งขันทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมุ่งแข่งขันด้านประสิทธิภาพของการผลิตสินค้าและความรวดเร็วในขนส่งสินค้าเป็นหลัก ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรให้พร้อมรองรับกับความต้องการของตลาดโลก จึงดำเนินการจัดฝึกอบรมด้านโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง

ปี 2561 กพร. ตั้งเป้าที่จะเพิ่มศักยภาพแรงงานภาคอุตสาหกรรมและบริการสู่ไทยแลนด์ 4.0 แรงงานด้านระบบขนส่งและโลจิสติกส์ จำนวน 11,590 คน ได้ดำเนินการแล้วกว่า 5,800 คน โดยมีหน่วยงานในสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านดำเนินการจัดอบรมอีกหลายหลักสูตร เช่น ช่างซ่อมบำรุงเกี่ยวกับรถบรรทุก การจัดระบบคลังสินค้า ผู้บังคับปั้นจั่น พนักงานขับรถยก Forklift เป็นต้น ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับความรู้ ความชำนาญ มีทักษะฝีมือในการทำงานเพิ่มมากขึ้น ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับแรงงานตามแนวชายแดน ตลอดจนช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับอุตสาหกรรมและการบริการต่างๆ

ด้าน นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่ความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงอยู่หลายด้าน ทำให้ไทยต้องมีการเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะการพัฒนาแรงงานที่ต้องดำเนินการอย่างมีแบบแผนและยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2560-2564 กำหนดทิศทางการพัฒนากำลังคนของประเทศให้มีความชัดเจนภายใต้แนวคิด “พัฒนาทักษะคนทำงานทุกระดับและผู้ประกอบกิจการให้มีผลิตภาพสูง สู่ไทยแลนด์ 4.0” ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานให้ได้มาตรฐานสากล การฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพื่อรองรับความท้าทายในยุคไทยแลนด์ 4.0 การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบกิจการและแรงงานนอกระบบ การส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายการพัฒนาฝีมือแรงงาน และการบริหารจัดการองค์การและระบบฐานข้อมูลให้ทันสมัย ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพสูงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาทักษะความชำนาญของแรงงาน มิได้เป็นประโยชน์ในแง่บุคคลเท่านั้น หากแต่ยังเป็นส่วนขับเคลื่อนประเทศให้สามารถพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ไปด้วย อาทิ ทักษะการขับรถที่มีความรู้ความชำนาญจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ทักษะการบริหารจัดการงานที่คำนึงถึงเวลาเป็นสำคัญจะนำสู่การลดต้นทุนในการขนส่งแต่ละครั้ง จึงกล่าวได้ว่า การเร่งพัฒนาแรงงานให้มีประสิทธิภาพจึงนับเป็นก้าวสำคัญที่พร้อมรองรับความร่วมมือระหว่างประเทศและเทียบเคียงมาตรฐานสากล อันจะผลักดันให้ภาคการส่งออกไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ที่มา :