อาลีบาบา จับมือ ไทย ทุ่มเงิน 1.1 หมื่นล้าน ลงทุนดิจิทัลฮับ วางแผนยกระดับการส่งออก อีคอมเมิร์ซ SMEs

อาลีบาบา จับมือ ไทย ทุ่มเงิน 1.1 หมื่นล้าน ลงทุนดิจิทัลฮับ วางแผนยกระดับการส่งออก อีคอมเมิร์ซ SMEs

อาลีบาบา ผุดแผนการก่อสร้าง Smart Digital Hub เล็งพื้นที่ EEC พร้อมทุ่มเงินลงทุนระยะแรก 1.1 หมื่นล้าน เน้นดิจิทัลแพลตฟอร์ม เทคโนโลยีพัฒนาโลจิสติกส์ ผลักดัน SMEs ไทยสู่ตลาดโลก

นายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มอาลีบาบา บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน จับมือรัฐบาลไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจภายใต้กรอบความร่วมมือ Smart Digital Hub and Digital Transformation Strategic Partnership จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 1) ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล 2) ความร่วมมือด้านการลงทุน Smart Digital Hub ในพื้นที่ EEC 3) ความร่วมมือด้านการพัฒนา SMEs และบุคลากรด้านดิจิทัล 4) ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านดิจิทัลและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาความสามารถให้กับผู้ประกอบระดับSMEs ตลาดอีคอมเมิร์ซ และศักยภาพด้านโลจิสติกส์

แผนการก่อสร้างโครงการ Smart Digital Hub ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาลีบาบากล่าวว่า พร้อมทุ่มเงินลงทุนระยะแรกในปี พ.ศ. 2561-2562 รวมมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเรื่องของดิจิทัลแพลตฟอร์ม ศูนย์กระจายสินค้า การขนส่งที่เตรียมจับมือกับไปรษณีย์ไทย ไปจนถึงเรื่องของระบบไอที ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ ที่จะเปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางระบบด้วยเช่นกัน

ด้านระบบโลจิสติกส์ อาลีบาบาได้เตรียมที่จะนำเทคโนโลยีระดับโลกมาใช้ในด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์ เพื่อสร้างความรวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการขนส่งสินค้าระหว่างไทย-จีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) และการส่งสินค้าไปยังที่อื่นทั่วโลก อีกทั้งยังได้มีการประสานกับกรมศุลกากรในการยกระดับพิธีการทางศุลกากรให้เป็นระบบดิจิทัลด้วย

ทั้งนี้ Smart Digital Hub จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจ Startup และ SMEs ของไทยสามารถพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเข้าถึงตลาดทั่วโลก รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงาน EEC จะเชื่อม Smart Digital Hub กับ ดิจิทัลพาร์ค (EECd) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ด้วย

ด้านการพัฒนาบุคลากรในด้านดิจิทัลและการส่งเสริมธุรกิจผ่าน e-Commerce อาลีบาบาได้เตรียมเสนอให้วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา หรือ Alibaba Business School (ABS) มาร่วมสนับสนุนการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยจะเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน เปิดให้นักศึกษา นักวิจัย อาจารย์ และผู้ประกอบการไทย เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมพัฒนาในด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสร้างเครือข่าย (Networking) กับดาวเด่นหรือ Talents ทั่วโลกที่ประเทศจีนอีกด้วย

ความร่วมมือระหว่างไทยกับอาลีบาบาที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ SMEs และเกษตรกรไทย ซึ่งจะขยายไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอื่นๆ ขณะเดียวกันยังเป็นแรงเสริมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยด้านการค้าการลงทุนในสายตานานาชาติ

ที่มา :