พาณิชย์จับมือฮ่องกง ผนึกกำลังพันธมิตรทางการค้า เชื่อม SME สองประเทศ

พาณิชย์จับมือฮ่องกง ผนึกกำลังพันธมิตรทางการค้า เชื่อม SME สองประเทศ

พาณิชย์เชื่อมั่นฮ่องกง ยกให้เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญของไทย เหตุเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน พร้อมร่วมมือ SME ทั้งสองประเทศ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าหลังเข้าพบและหารือ Mr.Paul Chan รองผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและเลขาธิการการคลังว่า ไทยและฮ่องกงมีความต้องการที่จะร่วมมือยกระดับการค้าการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งนักธุรกิจและนักลงทุนจากฮ่องกงได้ตอบรับคำเชิญในการมาเยือนไทยเพื่อเจรจาการค้าการลงทุนในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้และเพื่อตอกย้ำเจตนารมย์ความร่วมมือระหว่างภูมิภาค กระทรวงพาณิชย์ ได้มีแผนการเข้าร่วมงาน Belt and Road Summit ในเดือนมิถุนายน 2561 นี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ไทยและฮ่องกงยังได้เล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจ SME ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีศักยภาพความพร้อมที่แตกต่าง ด้านฮ่องกงมี SME, Start up และ Logistics ที่เข้มแข็ง จนกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮ่องกงในปัจจุบัน ขณะที่ไทยมี SME จำนวนมากที่มีความต้องการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่ม SME และ Startup ให้เป็นนักรบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ซึ่งในส่วนนี้ไทยสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมของฮ่องกงมาใช้ประโยชน์กับ SME ของไทยได้ ส่วนฮ่องกงสามารถที่จะใช้ไทยเป็นแพลตฟอร์มในการเชื่อมโยงการค้าและขยายเศรษฐกิจสู่ CLMV ซึ่งไทยถือเป็นประตูการค้าสำคัญของกลุ่มประเทศนี้ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ นายสนธิรัตน์ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสะพานฮ่องกง-มาเก๊า-จูไห่ ซึ่งเป็นโครงการภายใต้เขต Greater Bay Area (GBA) ว่า หากโครงการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์จะสามารถเชื่อมโยงเมืองต่างๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pan-Pearl River Delta) ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาเดินทางจากเดิม 4.5 ชั่วโมง เหลือเพียง 40 นาทีเท่านั้น สอดคล้องกับแนวคิดของไทยที่ต้องการเชื่อมโยงโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) กับนโยบาย One Belt One Road ของจีน เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่าน GBA เข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 หรือ One Belt One Road (OBOR) เป็นโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของโลกที่เชื่อมจีนกับโลกผ่านเส้นทางบกและเส้นทางทะเล เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและช่วยระบายกำลังการผลิตของจีน โดยเขต The Greater Bay Area (GBA) เป็นความร่วมมือระหว่าง 11 เมืองประกอบด้วย มณฑลกวางตุ้ง 9 เมือง ฮ่องกง และมาเก๊า GBA เป็นการขยายพื้นที่เศรษฐกิจออกมาจากเขต Pearl River Delta (PRD) ซึ่งเป็นเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime silk road) โดยมีฮ่องกงทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเขต PRD เพื่อยกระดับเขตการผลิตสินค้าราคาถูก สู่การผลิตสินค้านวัตกรรม เทคโนโลยี ตลอดจนศูนย์รวมของการค้า การขนส่ง และการเงิน กับเศรษฐกิจโลก รวมถึงเป็นตัวเชื่อมเส้นทางสายไหมทางบก (Mainland silk road) ของจีนตอนใต้กับกลุ่มประเทศอาเซียนอีกด้วย และเมื่อเปรียบเทียบอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างเขต GBA กับเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก 3 แห่ง คือ โตเกียว ซานฟรานซิสโก และนิวยอร์ค พบว่าปัจจุบัน GBA มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วเป็นอันดับสองของโลก และผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะเติบโตเป็นอันดับหนึ่งของโลกในอนาคต

ที่มา :