“ขบวนพิเศษดีเซลราง” แผนระยะสั้น แก้แอร์พอร์ตลิงค์แออัด สหภาพฯ เรียกร้องเพิ่มอีก 7 ขบวน ชี้ชัดขยายโอกาสเติบโตเศรษฐกิจ

“ขบวนพิเศษดีเซลราง” แผนระยะสั้น แก้แอร์พอร์ตลิงค์แออัด สหภาพฯ เรียกร้องเพิ่มอีก 7 ขบวน ชี้ชัดขยายโอกาสเติบโตเศรษฐกิจ

คมนาคม เดินหน้าแก้วิกฤตแอร์พอร์ตลิงค์แออัด จัดรถไฟดีเซลรางขบวนเสริมพิเศษ ลาดกระบัง-กรุงเทพ-ลาดกระบัง ช่วงเวลาเร่งด่วน รอประเมินผล 3 เดือน พร้อมเตรียมแผนระยะสั้น พิจารณาเช่ารถไฟฟ้ามาให้บริการ ด้านสหภาพฯ แอร์พอร์ตลิงค์ จี้รัฐบาลเดินหน้าจัดซื้อเพิ่มอีก 7 ขบวน รองรับการขยายตัวเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์แก่ประชาชนมาเป็นเวลา 7 ปี ปัจจุบันรถไฟฟ้าฯ ที่มีอยู่ 9 ขบวน ใช้งานจริง 6 ขบวน สำรองกรณีฉุกเฉิน 1 ขบวน และอีก 2 ขบวนอยู่ระหว่างซ่อมบำรุง ทำให้ผู้โดยสารต้องรอรถไฟฯ เฉลี่ยเวลา 10-12 นาที ทำให้เกิดความแออัดโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน อีกทั้ง ด้วยระยะทางไป-กลับรวม 56 กิโลเมตรต่อเที่ยว เฉลี่ยขบวนละ 12 ชั่วโมง รวม 84 เที่ยวต่อวันนั้น ส่งผลให้เกิดความเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด ประกอบกับสถิติเดือนเม.ย.2560 พบว่า มีผู้ใช้บริการสูงสุดถึง 85,000 คนต่อวัน แต่รถไฟฟ้าฯ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 72,000 คนต่อวัน จึงทำให้มีประชาชนเรียกร้องให้เพิ่มความถี่การให้บริการและขบวนรถไฟ

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เนื่องจากแอร์พอร์ตลิงค์ไม่สามารถนำรถไฟทั้งหมดมาวิ่งให้บริการได้ เพราะติดปัญหาซ่อมบำรุง กระทรวงคมนาคมจึงได้จัดเตรียมแผนระยะสั้นเดินหน้าแก้ไขปัญหารถไฟแอร์พอร์ตลิงค์แออัดอย่างเต็มที่ โดยเปิดให้บริการรถไฟดีเซลรางขบวนเสริมพิเศษ เส้นทาง ลาดกระบัง-กรุงเทพ-ลาดกระบัง ในระยะแรก 3 เดือน เพื่อประเมินผลว่าสามารถบรรเทาปัญหาได้จริงหรือไม่ และจะพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน นายชิตพล พรหมดนตรี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฟ้า (สร.รฟฟ.) หรือสหภาพฯ แอร์พอร์ตลิงค์ได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณาจัดซื้อรถไฟฟ้าฯ เพิ่มอีก 7 ขบวน เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารที่ใช้บริการได้เพียงพอ และลดปัญหาด้านความล่าช้า พร้อมทั้งได้เสนอให้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีของการเดินรถขนส่งรถไฟฟ้าระบบรางสำหรับนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เพื่อรองรับการผลิตบุคลากรและการเติบโตรถไฟฟ้าระบบรางในอนาคต ซึ่งขณะนี้ ร.ฟ.ท. ร่วมมือกับสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) จัดตั้งสถาบันฝึกอบรมรถไฟฟ้าระบบราง โดยมุ่งให้แอร์พอร์ตลิงค์เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญไปสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วยลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับอาเซียน

อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมผลการปฏิบัติงาน และการลงพื้นที่สอบถามความต้องการประชาชนที่ใช้บริการ ร.ฟ.ท. คาดการณ์ว่า กลางเดือนเม.ย.นี้ จะสามารถนำรถไฟอีก 3 ขบวนที่ซ่อมเสร็จแล้วมาวิ่งให้บริการได้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาได้ในระดับหนึ่ง พร้อมกันนี้หลายฝ่ายยังเห็นตรงกันว่า ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้จริงจะเกิดประโยชน์อย่างมาก ทั้งในแง่การให้บริการที่มีประสิทธิภาพรับผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น ช่วยลดโอกาสการสูญเสียรายได้ พร้อมกันนี้ ผลการทำงานของการเดินรถไฟฟ้าฯ ยังเป็นข้อมูลที่รัฐสามารถนำไปใช้เจรจาต่อรองระหว่างรัฐและเอกชนในการเดินรถไฟฟ้าสายอื่นๆ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต

ที่มา :