ปัญหาโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของสินค้าอุปโภคบริโภค ผ่านชายแดนจังหวัดตราด

ปัญหาโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ของสินค้าอุปโภคบริโภค ผ่านชายแดนจังหวัดตราด

บทนำ

สินค้าที่สำคัญในการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา บริเวณชายแดนจังหวัดตราด ได้แก่สินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสินค้าออกของไทยเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้บริโภคชาวกัมพูชา อย่างไรก็ตาม  การจัดการโซ่อุปทานสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ที่เกี่ยวเนื่องกับชายแดนไทย-กัมพูชา ยังติดปัญหาและอุปสรรคหลายประการ ดังนั้นจึงต้องมาวิเคราะห์ปัญหาของโซ่อุปทานดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การพัฒนารูปแบบการจัดการโซ่อุปทานที่เหมาะสมสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชาต่อไป โดยการวิเคราะห์โซ่อุปทานในส่วนนี้ จะประกอบไปด้วยหัวข้อการวิเคราะห์ดังนี้

1.       โครงสร้างพื้นฐาน

  • เส้นทางถนนที่เข้าสู่จังหวัดตราด ทั้งทางหลวงหมายเลข 344 ผ่านอำเภอบางบึง ในจังหวัดชลบุรี และทางหลวงหมายเลข 3 อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ผ่านจังหวัดจันทบุรี มีสภาพไม่ดี รวมถึงเส้นทางถนนจากจังหวัดตราดไปด่านชายแดนบ้านหาดเล็กยังเป็นถนน 2 เลนสวนกันทำให้เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้าของรถขนส่งสินค้า

  • เส้นทางถนนในประเทศกัมพูชาโดยเฉพาะเส้นทางถนนหมายเลข 4 ที่เชื่อมต่อจากถนนสาย 48 ที่มาจากด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก และจังหวัดเกาะกงเพื่อเข้าสู่พนมเปญและสีหนุวิลล์นั้นยังมีสภาพไม่ดีทำให้การขนส่งสินค้าจากชายแดนบ้านหาดเล็กจังหวัดตราดไปยังพนมเปญทำได้ล่าช้าและมีต้นทุนสูงซึ่งหากเส้นทางทั้งสองเส้นได้รับการพัฒนาจะสามารถส่งสินค้าไปยังพนมเปญได้ในต้นทุนที่ต่ำลง และ รวดเร็วขึ้นเนื่องจากมีระยะทางด้วยระยะทางไม่เกิน 350 กม.เท่านั้น

  • เส้นทางขนส่งสินค้าทางถนนในประเทศกัมพูชายังเป็นขนาด 2 เลนจราจร และในบางพื้นที่ต้องผ่านภูมิประเทศที่สูงชันให้ทำให้การขนส่งสินค้าโดยใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่เป็นไปด้วยความยากลำบาก

  • มาตรฐานความปลอดภัยของการขนส่งสินค้า ซึ่งการขนส่งสินค้าในกัมพูชายังใช้รถตู้ที่สภาพเก่าและทรุดโทรม ไม่เหมาะสมกับการใช้ขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังนิยมใช้รถมอเตอไซค์ที่ไม่มีมาตรฐานในการขนส่งสินค้า

  • ท่าเรือเอกชนหลักใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาในปัจจุบันสามารถรองรับได้แค่เรือขนาดเล็กเท่านั้นทำให้ยังไม่สามารถรองรับความต้องการการขนส่งสินค้าทางน้ำได้เพียงพอรวมถึงปัจจุบันถนนที่เข้าสู่ท่าเรือเอกชนนั้นมีขนาดเล็กทำให้เกิดความไม่สะดวกในการขนย้ายและขนถ่ายสินค้า

2.       ด่านชายแดนระหว่างประเทศ

  • ด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก มีขนาดเล็กเกินไป สภาพพื้นที่ของการจราจรค่อนข้างจำกัด เนื่องจากมีผู้ประกอบการ/นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวยังประเทศกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น ทำให้การจราจรในช่วงเวลาเช้าประมาณ 10.00-12.00 น. เกิดความคับคั่ง และล่าช้า

  • ด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก ไม่มีการแยกช่องทางระหว่างการเดินทางของคนกับการขนส่งสินค้าบริเวณจุดผ่านแดน ทำให้เกิดความพลุกพล่าน ปะปน และสับสน รวมทั้งส่งให้รถบรรทุกสินค้าที่จะเดินทางเข้าไปส่งสินค้ายังฝั่งประเทศกัมพูชาเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ เพราะต้องระมัดระวังที่จะเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนผู้คนที่เดินทางอยู่ในบริเวณนั้น

  • บริเวณด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก ไม่มีพื้นที่พักรถ ทำให้ รถบรรทุกของไทยที่รอทำพิธีการต่างๆ สำหรับการเดินทางออกนอกประเทศ จอดรอบริเวณไหล่ทางการจราจร หรือบริเวณที่ว่างต่างๆ บริเวณนั้น ซึ่งมีระยะทางที่จอดต่อกันประมาณ 2-3 กิโลเมตร ทำให้กีดขวางพื้นที่ถนนและทำให้จราจรหน้าด่านติดขัดตลอดเวลา

  • บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง (เนิน 400) ระหว่างอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ดังแสดงในรูปที่ 1 และ อำเภอสำลูด จังหวัดพระตะบอง ยังไม่มีการยกระดับเป็น จุดผ่านแดนถาวรในขณะที่ทางประเทศกัมพูชาได้มีการยกระดับ จุดผ่อนปรนด้านอำเภอสำลูด ให้เป็นด่านถาวรแล้วทำให้การค้าขายในบริเวณนี้ทำได้ไม่สะดวก

  • การนำเข้าสินค้าบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง (เนิน 400) ระหว่างอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราดยังไม่มีความสะดวก

แผนภาพที่ 1 บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง (เนิน 400)

  • ถนนในฝั่งไทยที่จะไปเชื่อมโยงไปยังจุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง (เนิน 400) ระหว่างอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราดยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้การนำเข้า และ ส่งออกสินค้าผ่านจุดผ่อนปรนนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวก

3.       การบริหารจัดการส่งสินค้าข้ามแดน

  • การดำเนินการตรวจปล่อยสินค้าบริเวณด่านชายแดนยังมีความล่าช้า เนื่องจากยังขาดจุดให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ. จุดเดียว (One Stop Service)

  • การดำเนินงานด้านเอกสารค่อนข้างล่าช้าเนื่องจากเทคโนโลยีระบบสารสนเทศ ในเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (National Single Window) เสร็จสมบูรณ์เฉพาะในส่วนของศุลกากร แต่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงหน่วยงานอื่นได้ครบถ้วน

  • ข้อกำหนดเกี่ยวกับระยะทางที่รถบรรทุกสินค้าได้รับอนุญาตให้สามารถเข้า-ออกไปยังแต่ละประเทศมีข้อจำกัดโดยยานพาหนะจากไทยสามารถเข้าไปยังกัมพูชาได้ แต่จะต้องขนถ่ายสินค้าแก่รถกัมพูชาที่คลังสินค้า ซึ่งลึกเข้ามาจากหน้าด่าน 5 กม. แต่หากมีเอกสารขออนุญาตกรณีพิเศษ จะเดินทางได้ทั่วกัมพูชา

  • จำนวนรถขนส่งในประเทศกัมพูชามีจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถส่วนหางที่มีลักษณะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ทำให้รถขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการไทยที่ขนสินค้าเพื่อนำไปส่งให้กับพ่อค้าในกัมพูชาต้องเสียเวลาในการจอดรอรถบรรทุกของทางกัมพูชามาขนถ่ายสินค้า

  • การขาดบริษัทประกันภัยที่ยอมรับประกันคลอบคลุมถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นใน ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และ ประเทศเวียดนาม

  • ความไม่ชัดเจนในระบบกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพิธีการศุลกากรของทางกัมพูชา เช่น สินค้าต้องห้าม สินค้าผ่อนปรน รวมถึงค่าธรรมเนียมในการขนส่งสินค้าผ่านแดนของประเทศกัมพูชามีความไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงบ่อยตามนโยบายของของแต่ละจังหวัด หลายครั้งไม่ได้มีการประสานข้อมูลมายังประเทศไทย ทำให้เกิดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการผ่านพิธีการศุลกากรเพิ่มขึ้น

  • ข้อจำกัดในการผ่านแดนไปยังประเทศกัมพูชาของรถบรรทุกสินค้าจากประเทศไทย แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการแลกเปลี่ยนโควตารถไทยที่สามารถเข้าไปยังประเทศกัมพูชาได้จำนวน 40 คันตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง (Great-Mekong Subregion: GMS) แต่รถที่ได้รับโควตาโดยมาจะเป็นรถบัสโดยสารเป็นจานวน 30 คัน ทำให้มีจำนวนรถบรรทุกสินค้าจากประเทศไทยที่วิ่งผ่านแดนไปยังกัมพูชาได้มีอย่างจำกัด

  • ปัญหาข้อกำหนดให้รถขนส่งบรรทุกสินค้าของประเทศไทยได้ 30 ตัน แต่กัมพูชากำหนดให้บรรทุกได้แค่ 26 ตันเท่านั้น เมื่อรถขนส่งจากไทยขนสินค้าเข้ากัมพูชา ต้องถ่ายสินค้าออกสู่รถอีกคัน เพื่อให้น้ำหนักสินค้าไม่เกิน 26 ตัน ซึ่งยุ่งยาก และทำให้ต้นทุนสูงขึ้น

  • ยังขาดศูนย์ข้อมูล และ หน่วยงานที่ให้ข้อมูลและเป็นที่ปรึกษา ที่เกี่ยวกับแผนการพัฒนาเขตพื้นที่จังหวัดชายแดน

4.       ประเด็นอื่นๆ

  • การออกใบอนุญาตให้คนขับรถ การสร้างมาตรฐานของคนขับรถขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ขาดแคลนแรงงานในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในการขนถ่ายสินค้า

  • ขาดแคลนบุคลากรที่สามารถสื่อสารภาษากัมพูชาได้ ส่งผลให้การทำการค้าชายแดนเกิดความล่าช้า

  • การผ่านแดนเข้ามาในด้านของการท่องเที่ยวถ้าผ่านมาบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง (เนิน 400)  สามารถเข้ามาไนไทยได้แค่ อ. บ่อไร่ ไม่สามารถเข้ามาได้ในทุกอำเภอของจังหวัดตราดทำให้เกิดปัญหาต่อผู้ประกอบการที่จะเข้ามาซื้อสินค้าในไทย รวมถึง นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในไทยด้วย

  • พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่ประกาศมา คลอบคลุมในพื้นแค่ 3 ตำบลได้แก่ ตำบลคลองใหญ่ ตำบลไม้รูด และตำบลหาดเหล็ก ในอำเภอคลองใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก และมีพื้นที่ราบจำกัด

  • สินค้าอุปโภคบริโภคที่วางจำหน่ายในประเทศกัมพูชามีอายุสั้น (Shelves life) ทั้งนี้เนื่องจากโรงงานผู้ผลิตได้จำหน่ายสินค้าที่เหลืออายุน้อยในราคาถูกมาให้กับผู้ค้าส่งในประเทศกัมพูชา เพื่อเป็นการระบายสต๊อกสินค้า

ดังนั้นทางภาครัฐต้องเร่งดำเนินการลงในทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการค้าชายแดน  การเปิดด่านถาวรเพิ่มขึ้น ในขณะที่บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ประกาศออกมานั้นต้องมีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าครบวงจรที่มีสินค้าให้บริการ พร้อมทั้งพิธีการศุลกากร การรับรองมาตรฐานสินค้า การจัดงานแสดงสินค้า การโอนเงิน ชำระเงิน และทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลของผู้ประกอบการทั้งไทยและกัมพูชาที่เข้ามาใช้บริการ จะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ และเป็นการส่งเสริมการค้าชายแดนของทั้ง 2 ประเทศได้ดีมากขึ้น