จากธุรกรรมการค้าผ่าน E-Commerce สู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

จากธุรกรรมการค้าผ่าน E-Commerce สู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

หากกล่าวถึงการทำธุรกรรมการค้าด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce แล้วคนส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันดี แต่หากถามต่อว่าแล้ว E-Commerce นี่เกี่ยวอย่างไรกับการเป็นเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) หลายคนอาจจะตอบไม่ได้ ดังนั้นก่อนอื่นที่เราจะเข้าสู่ยุคสังคมดิจิทัลเราก็ควรที่จะมาทำความรู้จักถึงความหมาย ที่มา ปัจจัย และองค์ประกอบต่างๆ ที่เราจะเรียกได้ว่าการก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy หรือ DE)* หมายถึง เศรษฐกิจและสังคมที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(หรือเรียกว่าเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้ทันยุคสมัย) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการผลิตการดำเนินธุรกิจ การค้า การบริการ การศึกษา การสาธารณสุข การบริหารราชการแผ่นดินรวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคม และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น

ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และมีคณะกรรมการเฉพาะด้านทำหน้าที่ช่วยเหลือคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ชี้นำทิศทางของการพัฒนาให้แก่หน่วยงานทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ และกำหนดนโยบายสนับสนุนด้านการสร้างแรงจูงใจ (Incentive) นวัตกรรม (Innovation) จัดหาตลาด ให้แก่เอกชน เพื่อร่วมกันสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง และพัฒนาคนไทยที่มีความสามารถ

แผนภาพที่ 1 แสดงภาพรวมของความเชื่อมโยงกันระหว่าง Social media, E-Commerce และ DE

* คำจำกัดความและความหมายของ “เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล” จากกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร

ที่มา: http://raconteur.net/the-digital-economy

          จากแผนภาพที่ 1 จะเห็นถึงความเชื่อมโยงกันระหว่าง Social media, E-Commerce และ Digital Economy โดยหากมองให้ลึกถึงความเชื่อมโยงนี้จะเริ่มจากการใช้สื่อ Social media ในการประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นช่องทางในการแนะนำสินค้า ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อ Facebook หรือ Twitter จากนั้นเมื่อมีการขยายกลุ่มลูกค้ามากขึ้นจึงมีการทำระบบ E-Commerce ขึ้นมาเพื่อรองรับในการเป็นช่องทางในการซื้อขายสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น มีระบบตะกร้าสินค้า มีระบบการจ่ายเงินโดยการใช้บัตรเครดิต โดยมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน เมื่อธุรกิจที่ทำได้รับความนิยมก็มีการขยายขนาดของธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นมีความมั่นคงสูงขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของสินค้าและบริการของลูกค้าที่ตามมาด้วยเช่นกัน

          ผู้อ่านหลายคนคงจะมองภาพรวมของการเป็น E-Commerce สู่การเป็น Digital Economy ออกบ้างแล้วต่อไปนี้จะเป็นการลงไปสู่รายละเอียดของขั้นตอนในการพัฒนาให้เป็นสังคมดิจิทัลอย่างมีแบบแผนและมีประสิทธิภาพ ดังที่ได้แสดงขั้นตอนไว้ในแผนภาพที่ 2

แผนภาพที่ 2 แสดงขั้นตอนในการพัฒนาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

ที่มา: กระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร

จากแผนภาพที่ 2 ที่แสดงถึงขั้นตอนในการพัฒนาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สู่ระบบเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) หากพิจารณาให้ดีแล้วในแต่ละขั้นตอนล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น โดยเริ่มจาก การมีอุปกรณ์ในการสื่อสาร และมีระบบอินเทอร์เน็ตสำหรับการเชื่อมต่อข้อมูล ก็จะทำให้เราได้ทราบถึงข้อมูลข่าวสารที่ทันต่อเหตการณ์ จากนั้นเมื่อเรามีการใช้งานที่ชำนาญมากขึ้นก็เริ่มมีการติดตั้งโปรแกรมประยุกต์ หรือที่เรียกกันว่า Application เพื่อใช้สำหรับทำกิจกรรมเพื่ออรรถประโยชน์ที่ต้องการมากยิ่งขึ้นกว่าโปรแกรมที่ถูกติดตั้งพื้นฐานมาจากระบบ ในจุดนี้ถือได้ว่าเราเป็นผู้ใช้งานที่ดีแล้วก็จะสามารถต่อยอดไปสู่ขั้นต่อไป นั่นก็คือการพัฒนา ในขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนที่เน้นในการแสดงผล การประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการรับรู้จากสังคมรอบๆ เกิดการเชื่อมั่น และการยอมรับ ทำให้ผู้ที่พัฒนามาถึงจุดนี้สามารถเข้าถึงกลุ่มของลูกค้า และมีฐานข้อมูลของลูกค้าเก็บเอาไว้ ในขณะเดียวกันลูกค้าก็จะสามารถเข้าไปสู่ระบบเพื่อสร้างเครือข่ายไปด้วยพร้อมๆกัน ซึ่งหากเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในขั้นนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมาได้ในระดับนึงแล้ว หากต้องการที่จะให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนนั้นก็ย่อมที่จะต้องก้าวขึ้นไปสู่การพัฒนาขั้นที่ 4 นั่นก็คือการพัฒนาจนเกิดนวัตกรรม เพราะนวัตกรรมเป็นสิ่งที่เริ่มต้นมาจากการพัฒนาสิ่งที่ใหม่ๆแล้วทำให้กระบวนการในสิ่งที่เป็นอยู่แบบเดิมนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น หรือเป็นแนวคิดวิธีการในรูปแบบใหม่ เช่น จากเดิมขายของผ่านหน้าร้านค้า เกิดนวัตกรรมการซื้อขายผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ทำให้ผู้คนสามารถซื้อขายสินค้าได้โดยไม่ต้องออกจากบ้านโดยที่กระบวนการจ่ายเงินและการรับสินค้าเกิดขึ้นได้ภายในบ้านการเกิดกิจกรรมเช่นนี้ก็ถือเป็นผลที่เกิดจากการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าอีกรูปแบบหนึ่ง

ทำไมถึงต้องเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล หลายคนอาจสงสัยในประเด็นนี้ว่าทำไมเราจะใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้หรือ คำตอบก็คือ “ได้” แต่นั่นก็หมายถึงการที่เราอยู่โดยไม่เปิดรับนวัตกรรมสมัยใหม่ที่สามารถทำให้ชีวิตเรามีความสะดวกสบาย รวดเร็ว และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลง ซึ่งเมื่อเกิดการเดินทางที่น้อยลงก็ย่อมส่งผลดีต่อการเกิดมลพิษด้วยเช่นกัน อีกทั้งการค้าขายผ่าน E-Commerce ในยุค Digital Economy นี้ถือเป็นการทำตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าอยู่ทั่วโลกมีช่องทางการส่งสินค้าผ่ายระบบโลจิสติกส์และที่สำคัญก็คือต้นทุนที่ต่ำกว่าการค้าขายในระบบหน้าร้านดังเช่นในอดีต เมื่อทราบถึงประโยชน์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นจาก E-Commerce ในยุค Digital Economy แล้วก็ควรที่จะเปลี่ยนคำถามจากคำว่า “ทำไม” เป็นคำว่าเราจะเข้าสู่ยุค Digital Economy ได้อย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สูงที่สุดที่จะเกิดกับตัวเราและเศรษฐกิจของประเทศที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้า ซึ่งหากนำเครือข่ายของสังคมดิจิทัลมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันกับระบบขนส่งแล้ว ก็จะทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆที่จะตามมานั่นคือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์โลจิสติกส์ หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า E-Logistics ที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้าของการขนส่งครั้งใหม่ที่จะปรับเปลี่ยนระบบในการบริหารการจัดการของการขนส่งได้ทั้งห่วงโซ่อุปทาน