เวียดนามกระทบหนัก หลังเผชิญลูกหลงสงครามการค้า คาดส่งออกมีความเสี่ยงสูง

September 13,2018

            เวียดนามเตรียมเผชิญหน้า ผลกระทบสงครามการค้า สหรัฐ-จีน เหตุตัวเลขส่งออกสูง ด้านธนาคารกลางเวียดนามทยอยอ่อนค่าเงินด่อง รัฐบาลประกาศเตรียมดำเนินมาตรการเชิงรุก หากการส่งออกชะลอตัวมาก

 

            บริษัทวิจัย เอฟที คอนฟิเดนเชียล รีเสิร์ช ระบุว่า ความตึงเครียดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนอาจส่งผลกระทบกับกลุ่มประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งมีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากมีระดับการส่งออกสูงกว่าประเทศอื่นๆ โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 เวียดนามส่งออกสินค้าคิดเป็น 99.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

 

            นอกจากนี้ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เวียดนามอาศัยการส่งออกในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจมาตลอด โดยคิดเป็นมูลค่าการส่งออกรายปีอยู่ที่ 2.26 แสนล้านดอลลาร์ ตามหลังประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้นำภูมิภาค เพียง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์

 

            สำหรับประเทศที่เวียดนามทำการส่งออกสินค้าไปมากที่สุดก็คือสหรัฐอเมริกา จึงส่งผลให้เวียดนามได้รับผลกระทบจากความอ่อนไหวในสงครามการค้าครั้งนี้ อันเนื่องมาจากความต้องการที่ลดลงของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการจำหน่ายสินค้าให้กับสหรัฐอเมริกา อียู และตลาดพัฒนาแห่งอื่นๆ ซึ่งไม่นับรวมประเทศจีน 

 

            ด้านธนาคารกลางเวียดนามได้ประกาศทยอยอ่อนค่าเงินด่องที่ยึดโยงกับดอลลาร์ ผ่านระบบปริวรรตเงินตราที่เปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ค่าเงินด่องอ่อนค่าลง 1.5% แล้วในปีนี้ ส่วนรัฐบาลฮานอยได้เตรียมดำเนินมาตรการเชิงรุกมากขึ้น หากการส่งออกชะลอตัวลงอย่างมาก 

 

            ด้าน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ได้แสดงทรรศนะไว้ว่า สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ อาจขยายวงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อระบบการค้าโลก ระบบการผลิตโลกและเศรษฐกิจโลก มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีการขยายวงกว้างมากกว่าการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้กัน อีกทั้งสหรัฐอเมริกาอาจบีบประเทศจีนด้วยกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มงวดขึ้น ส่วนจีนอาจมีการลดค่าเงินหยวนและเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลต่อความปั่นป่วนผันผวนในตลาดการเงินโลก และอาจมีการใช้กฎเกณฑ์เพื่อสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการทำธุรกิจต่อบริษัทต่างชาติ นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบต่อภาคส่งออกอย่างชัดเจนในไตรมาส4 ปี 2561 นี้ เนื่องจากสหรัฐฯ จีน และประเทศต่างๆ อาจหันมาผลิตสินค้าเองภายในประเทศมากขึ้น รวมถึง ยังต้องมีการจับตามองถึงผลกระทบการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรหรือมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเกษตรหรืออาหารบางตัว ไปจนถึงทิศทางของเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน

 

 

ที่มา : http://www.ditp.go.th/ditp_pdf.php?filename=contents_attach/255476/255476.pdf&title=255476  

https://prachatai.com/journal/2018/08/78252