ยกระดับขนส่งยุค 4.0 ต้องเน้น “สมาร์ท” และ เชื่อมโยง “ดิจิทัล”

September 13,2018

สนข. ชี้ชัด ขนส่งไทยยังไม่สมาร์ท ก้าวไม่ทันเอกชน แนะภาครัฐใช้นโยบายทรานส์ฟอร์ม ด้าน กทท. ย้ำแค่สมาร์ทไม่พอ ต้องเชื่อมโยงเรื่องดิจิทัลด้วย

 

นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. กล่าว ถึงทิศทางและอนาคตของธุรกิจขนส่งในยุคไทยแลนด์ 4.0 ในหัวข้อ Where issmart transport & Logistics heading for Thailand? ในงาน Asia IoT Business Platform (AIBP) ครั้งที่ 24 จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ใจความว่า อุตสาหกรรมขนส่งของไทยในปัจจุบันยังไม่สมาร์ทมากพอ ซึ่งความท้าทายสำคัญของภาครัฐคือต้องมีการปรับเปลี่ยน หรือ ทรานส์ฟอร์ม และไม่ใช่แค่ยกระดับการขนส่งให้สมาร์ทเท่านั้น แต่ยังต้องมีความยั่งยืนด้วย เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาจึงต้องเน้นด้านโครงสร้างพื้นฐานให้ทันประเทศอื่น

 

ปัจจุบัน 80%ของงบประมาณที่ใช้ลงทุนจะเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะขนส่งทางราง และทางน้ำ เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งประเภทอื่นๆ ซึ่งความท้าทายของรัฐบาลคือจะทำอย่างไรเพื่อรักษาสมดุลในการส่งเสริม เนื่องจากเอกชนไปเร็วกว่ามาก ในขณะที่ภาพใหญ่ของการขนส่งควรจะต้องเดินไปพร้อมๆ กัน รวมทั้งชี้แนะให้มีการแชร์ข้อมูลร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการลงทุนซ้ำซ้อน และใช้โครงสร้างพื้นฐานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด 

 

ด้าน นายฐิติพงศ์ นันทาภิวัฒน์ กรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือ กทท. กล่าวว่า ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือหลักที่ทำหน้าที่รับส่งสินค้า ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการทำงานอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดปัญหาในหลายๆ ด้าน อาทิเช่น ต้องใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมงเพื่อเอาของลงท่าเรือ ดังนั้น หากมีระบบการจัดการที่เป็นดิจิทัลก็จะทำให้เกิดความรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเพย์เมนต์ (e-Payment) รวมทั้งควรจัดสรรให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีหลากหลายธุรกิจที่เปิดให้มีการแชร์ข้อมูลระหว่างกัน ทั้งส่วนของผู้จ้าง และผู้ถูกจ้าง ขณะนี้กระทรวงคมนาคมก็มีกฎให้รถขนส่งต้องติดระบบจีพีเอส (GPS) นับเป็นเรื่องดีที่ทำให้สามารถต่อยอดบริการเป็นมัลติโมเดลทรานสปอร์ต (Multimodal transport) คือ เชื่อมโยงการขนส่งทั้งหมด เพื่อลดต้นทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรผลักดันให้เกิดต่อไป

 

ที่มา : https://www.prachachat.net/ict/news-199989