DIGITAL DISRUPTION “จุดเปลี่ยนธุรกิจผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของประเทศไทย”

September 14,2018

บทสัมภาษณ์ คุณเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์

นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

(TIFFA – THAI INTERNATIONAL FREIGHT FORWADERS ASSOCIATION)

 

ปัจจุบันการค้าระหว่างประเทศเชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดน ทุกธุรกิจควรต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลที่มีมาอย่างต่อเนื่องและรุนแรง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดเปลี่ยนที่ส่งผลต่อระบบธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเฉพาะที่ชัดเจนที่สุด คือ “ระบบคลังสินค้า” (Warehouse)จำเป็นต้องนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ขับเคลื่อนแทนคน เพื่อตอบสนองพฤติกรรมลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วในยุคนี้

หนึ่งในมุมมองของคุณเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ที่มุ่งมั่นผลักดันให้สมาชิกของสมาคมฯ ตลอดจนผู้ประกอบการที่เป็นผู้รับจัดการขนส่งสินค้าทั้งในและระหว่างประเทศ ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบการจัดการเพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นการนำนโยบายมาใช้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงนโยบายในกระดาษ เริ่มต้นจากบริษัทฯ ที่เป็นของคณะกรรมการทั้ง 15 แห่งเสมือนเป็น Role Modelในการมีส่วนร่วมหรือผลักดันการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจตลอดเวลา เพื่อกระตุ้นการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในระบบให้สอดคล้องและรองรับความต้องการของคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ

            อีกทั้ง สมาคมฯ ยังเป็นผู้ให้การสนับสนุนรายแรกๆ ที่ร่วมทำระบบ paperless หรือการดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Customs)และการดำเนินการ e-AWB ของสายการบิน เพื่อลดการใช้เอกสารและทำให้การเข้ารหัสข้อมูลมีความปลอดภัยมากขึ้น

 

การปรับตัวของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในการรับมือกับDIGITAL DISRUPTION

บริษัทขนส่งภายในประเทศหลายรายเริ่มปรับตัวที่จะนำเทคโนโลยีของSmart Phone(Mobile App.) มาใช้ โดยที่คนขับรถเป็นเจ้าของรถบรรทุกเอง รับงานเอง จัดส่งเองเสมือนรถ1คัน = 1บริษัท ซึ่งผู้ให้บริการจะผ่านการฝึกให้เป็นผู้ขับขี่อัจฉริยะ “Smart Driver”  สามารถรับจองผ่าน “Mobile Application” ที่มีข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real Time) ขณะเดียวกัน ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบและทราบสถานการณ์ของรถบรรทุกตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง ซึ่งรูปแบบ“Business Operator” ลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติที่ใช้อยู่ในต่างประเทศ เจ้าของรถบรรทุกสามารถเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์ม (Platform)ของบริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้ Application นี้แล้วให้คนขับรถดาวน์โหลดApplication เพื่อเข้าไปตรวจสอบและรับงานขนส่งได้ทันที นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งด้วยการลดการวิ่งเที่ยวเปล่า (Backhauling Management) และขยายการทำระบบเชื่อมโยงไปยังบริษัทผู้ค้าปลีกชั้นนำของไทยหลายบริษัทอีกด้วย


การใช้เทคโนโลยีกับการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งผ่านแดนด้วย TIFFA EDI Services

การจองสายเรือ/สายการบิน(Book Freight) ทั้งในและต่างประเทศสามารถดำเนินการผ่านทางEDI(Electronic Data Interchange) รวมถึงการใช้E –AirwayBill สำหรับธุรกิจ Air Freight บริษัท TIFFA EDI Servicesได้ร่วมมือกับผู้ผลิตจากประเทศสิงคโปร์นำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบE-Seal (Electronic Seal) มาใช้ในการขนส่งสินค้าผ่านแดน (Cross Border Trucking) ทั้งยังสามารถติดตามการขนส่งสินค้าผ่านแดนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์Seal หรือ e-Sealซึ่งมีระบบในการติดตามข้อมูลตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งระหว่างประเทศ ในลักษณะ Door-to-Door Logisticsระบบ E-Sealของทาง TIFFA-EDI นี้จะมีช่องสำหรับใส่ Sim Card เพื่อส่งข้อมูลได้อย่างเรียลไทม์ผ่านเครือข่าย GSM ด้วยระบบ M2M Sim ซึ่งจะดูแลจัดการ International Roaming(IR) เมื่อรถและตู้คอนเทนเนอร์อยู่ระหว่างการขนส่งข้ามหลายประเทศได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อันจะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

 

ทิศทางในการส่งเสริมผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของสมาคมTIFFA

สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ(TIFFA) ก่อตั้งมากว่า 30ปี มีสมาชิกทั้งหมด 225บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการทางด้านโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการขนส่งหลายรูปแบบ (Multi-modal Transport Operator-MTO) ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ (Freight Forwarder)นายหน้าในการจัดการผ่านพิธีศุลกากร (Custom Broker) สายเดินเรือ คลังสินค้า ซึ่งให้บริการทางด้านโลจิสติกส์ ผ่าน 3 ช่องทาง คือ ทางบก (รถบรรทุกและรถไฟ) / ทางน้ำ(เรือ) / ทางอากาศ(เครื่องบิน)ให้กับผู้ส่งออกและนำเข้า

ทั้งนี้ สมาคมฯ ไม่เพียงส่งเสริมการนำระบบDigital /IT มาใช้เชื่อมโยงระบบให้มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังร่วมก่อตั้งโครงการ 1TRADE ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศ นับตั้งแต่ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ สายเดินเรือ/สายการบิน รถขนส่ง Ground Handling Agent รวมถึงกรมศุลกากร ทุกหน่วยงานบนแพลตฟอร์มนี้ จะสามารถติดตามข้อมูลสถานะพร้อมทั้งตำแหน่งที่อยู่ของสินค้า ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานกับประเทศคู่ค้าทุกประเทศ เพื่อเข้าถึงและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในลักษณะแบบเรียล์ไทม์ได้ 

 

Digital Disruption จุดเปลี่ยนธุรกิจผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทย

 คุณเกตติวิทย์ ได้กล่าวสรุปโดยรวมว่าเทคโนโลยีดิจิทัล และ IoT จะมีบทบาทมากขึ้นในทุกมิติ โดยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนภายใน5-10ปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นยุคที่เด็กรุ่นใหม่เติบโตมากับยุคดิจิทัล มีการผสมผสานของเทคโนโลยีกับการทำงานหรือการประกอบธุรกิจมากขึ้น ด้านผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์จึงต้องปรับเปลี่ยนและเตรียมความพร้อมเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีต่างๆ ให้ทันสมัยเท่าทันโลก โดยสร้างและพัฒนาระบบของตนเองให้รองรับกับความต้องการของผู้ใช้บริการรุ่นใหม่ ซึ่งเปลี่ยนมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางการค้าออนไลน์(E-Commerce)มากขึ้น

 

“สาเหตุสำคัญที่ผู้ประกอบการหรือผู้ให้บริการส่วนใหญ่ยังไม่พัฒนาระบบDigital/IT ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทัน เพราะการลงทุนส่วนของเทคโนโลยีต่างๆ ค่อนข้างใช้งบประมาณสูง ทำให้ผู้ประกอบการคนไทยไม่ค่อยกล้าลงทุน จึงอาจส่งผลให้การพัฒนาเป็นไปได้ช้า ซึ่งแท้จริงแล้ว ระบบเหล่านี้ถือเป็นการลงทุนหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว อันจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืน”