“Business Model Transformation” เปลี่ยนถ่ายโมเดลธุรกิจโลจิสติกส์ไทยสู่แนวหน้าโลจิสติกส์โลก

September 25,2018

                                                                                               บทสัมภาษณ์ คุณนพพร เทพสิทธา  

                                                                                           ประธานกรรมการบริหารและกรรมการ

                                                           ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)                                                

 

          คุณนพพร เทพสิทธา อดีตประธานสภาผู้ส่งสินค้าแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย(EXIM BANK)ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโลจิสติกส์เพื่อการส่งออก ซึ่งบทสัมภาษณ์นี้ท่านได้เปิดประเด็น มุมมองที่น่าสนใจของธุรกิจโลจิสติกส์ในยุคที่เกิดการเปลี่ยนถ่ายโมเดลธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลไว้หลากหลายแง่มุม

 

การเปลี่ยนแปลงสู่ยุค Digital Transformation

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล 4.0 นั้นส่งผลกระทบกับรอบด้าน นับตั้งแต่สังคม การเมือง เศรษฐกิจ และการเงิน รวมไปถึงธุรกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศก็ล้วนตกอยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยกันทั้งสิ้น หรือเรียกปรากฎการณ์นี้ ว่า “Digital Disruption” ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยก็เช่นเดียวกันกำลังอยู่ในภาวะที่ไปสู่การเปลี่ยนถ่าย(Transform)สู่ยุคดิจิทัล 4.0นี้ เห็นได้จาก “E-commerce”หนึ่งในรูปแบบหนึ่งของปรากฎการณ์ Digital Disruptionนับวันยิ่งมีบทบาทมากขึ้น ทำให้การไหลของสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้อย่างรวดเร็วผ่านระบบการสั่งซื้อออนไลน์และบริการขนส่งแบบเร่งด่วน(Express)

คุณนพพร กล่าวว่า ด้วยมิติการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีความซับซ้อนขึ้นสามารถแบ่งได้เป็น4 มิติ ได้แก่ “Physical World”การขนส่งสินค้าทางกายภาพในมิติที่จับต้องได้ “Cyber World”โลกแห่งไซเบอร์ที่ไร้ขีดจำกัด “Social World”การสื่อสารผ่านโลกโซเชียลต่างๆ ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์และธุรกิจใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา “Inner World (Wisdom)”เป็นโลกใบสุดท้ายที่กล่าวถึงความซับซ้อนของปัญญาซึ่งเป็นบ่อเกิดของนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งโลกทั้ง 4 ใบนี้หากหมุนด้วยความเร่งที่ไม่เท่ากันจะส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน การบริหารจัดการโลกทั้ง 4 มิติ โดยการจัดการของการไหลทางกายภาพ (Physical Flow) การไหลทางการเงิน (Financial Flow) และการไหลของข้อมูล (Information Flow) เพื่อเชื่อมโยงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการยุคการเปลี่ยนแปลงBusiness Model Transformation 

 

เทคโนโลยีกับโลก 4 มิติ

สำหรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะเข้าไปช่วยสังเคราะห์ข้อมูลโลกทั้ง 4 มิติ ได้อย่างสมบูรณ์ คุณนพพรมองว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลักๆ อยู่ 3 เครื่องมือ ได้แก่ iOT  Big Data  และ AI

iOTการเชื่อมโยงทุกสิ่งสู่โลกอินเตอร์เน็ต ทำให้มนุษย์สั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ โทรศัพท์ เป็นต้นสิ่งที่ตามมาอีกประการ คือ การแข่งขันทางการค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันท่วงที ด้วยเหตุนี้ ความสามารถหลักของธุรกิจจึงเป็นการปรับตัวและสร้างคุณค่า สามารถสร้างวิสัยทัศน์ ทิศทาง กลยุทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองให้ไปข้างหน้าได้ โดยนำเทคโนโลยีมาหลอมรวมกับองค์ความรู้ สร้างความแตกต่าง เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้แก่องค์กรทั้งด้านความน่าเชื่อถือ (Reliability) ความสามารถทางการแข่งขัน (Competitiveness)และมีความสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง (Autonomous)

ดังนั้น ทุกธุรกิจที่จะอยู่ในสนามการแข่งขันได้ ต้องเก่งจริง หากธุรกิจใดไม่สามารถปรับตัวได้ ก็จะไม่สามารถอยู่รอด เพราะนี่คือทฤษฏีของการอยู่รอด หรือเป็นวิวัฒนาการของโลกตั้งแต่อดีต เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและเผ่าพันธุ์ที่อยู่รอดได้ คือเผ่าพันธุ์ที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้นั่นเอง   

            Big Data โลกแห่งข้อมูล ต้องมีข้อมูลทั้งจากอดีต –ปัจจุบันมากเพียงพอในการสะสมเชื่อมโยงข้อมูลมหาศาล เพื่อนำไปสู่“Predicted World” หรือการคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คาดการณ์ได้ว่า จะเกิดเหตุการณ์อย่างไร ผู้บริโภคมีพฤติกรรมแบบไหน และเกิดเป็นความต้องการจำนวนเท่าใด ซึ่งหากองค์กรใดไม่สามารถจัดการข้อมูลพื้นฐานให้เป็นระบบได้ ก็จะไม่สามารถไปสู่โลกของBig Dataได้เลย

            AI การใช้สมองกลอัจฉริยะมาทำงานแทนมนุษย์ โดยเริ่มนำมาใช้ในงานระดับปฏิบัติการก่อน ด้วยคุณสมบัติพิเศษของ AIคือ สามารถทำงานได้24 ชั่วโมง ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีวันหยุด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจและสามารถทดแทนการทำงานของมนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ โลกแห่ง AI จะเปลี่ยน “Knowledge Based” ไปสู่ “Wisdom Based” เพราะเรื่องของความรู้ (Knowledge)สามารถหาได้ทั่วไปจากทางอินเทอร์เน็ต แต่ “Wisdom Based” คือ การนำความรู้มาประยุกต์ใช้ หรือทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ เกิดเป็นแนวคิด Start-Upร้อยเรียงแนวคิดสร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมที่มีคุณค่าให้แก่ลูกค้า 

            แต่ถึงอย่างนั้น จุดเริ่มต้นของAIไม่ได้หมายความว่า เครื่องจักรจะมีความชาญฉลาดและสามารถคิดแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด ยังมีอีกหลายทักษะที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ อาทิ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creative) การประยุกต์ (Adaptive)และการแก้ไขปัญหา (Problem Explorer)แท้จริงแล้วAI ก็ถูกสร้างมาจากองค์ความรู้ที่คิดค้นโดยมนุษย์บรรจุลงโปรแกรม อาทิ ข้อมูลที่เป็นปัจจัยด้านอุปสรรค ความสำเร็จ และโอกาสต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในองค์กร จะถูกนำมาจัดเก็บ เรียบเรียง ควบคุม และสั่งการให้ถูกต้อง แม่นยำด้วยระบบเทคโนโลยีนี้ จึงไม่แปลกใจเลยว่า องค์กรต่างๆ จะใช้เทคโนโลยี AIเป็นหนึ่งใน Key Success Factor ของธุรกิจในยุค 4.0ต่อไป

             

            แนวโน้มธุรกิจโลจิสติกส์ในโลกแห่งอนาคต

            ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกทางธุรกิจ ดังตัวอย่างที่คุณนพพรได้พูดถึงไปข้างต้นนั้น อาจทำให้มองเห็นถึงแนวโน้มอนาคตธุรกิจโลจิสติกส์ที่อาจปรับตัวเหลือเพียง 3รูปแบบ ได้แก่ 

  1. Fully Automation ธุรกิจโลจิสติกส์ในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปค่อนข้างมาก จากเดิมที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก จะถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ หรือ AIทั้งหมด ปัญหาการขาดแคลนแรงงานระดับปฏิบัติการจะหมดไป ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทักษะสูงและช่างซ่อมบำรุงจะเข้ามาแทนที่ 
  1. Logistics Platformการสร้างรูปแบบมาตรฐานสำหรับเครือข่ายขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้ามา

ใช้บริการในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน นับตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่จนไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) 

  1. Individual  ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลจะเข้ามาPlug-inในระบบ Platform ที่สร้างขึ้นด้วยตนเอง ผ่าน
  2. Blockchain จึงไม่จำเป็นต้องมีคนกลาง หรือตัวแทนอีกต่อไป ธุรกิจโลจิสติกส์จะทำงานได้อย่างรวดเร็ว สะดวกสบาย และมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น 

 

            ข้อสังเกตที่น่ากังวลสำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์รายเล็กที่จะเข้าสู่รูปแบบเครือข่ายในแบบที่2และผู้ประกอบการที่ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันจะถูกกำจัดออกจากระบบไปหรือไม่ อย่างผู้ประกอบการรายเล็ก เช่น ร้านโชว์ห่วย จะไม่มีเหลืออยู่เลย เพราะไม่สามารถแข่งขันกับModern Trade รายใหญ่ที่มีระบบจัดการเบ็ดเสร็จได้ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประกอบการรายเล็กที่มีเงินทุนจำกัดก็จะต้องเข้าสู่การทำธุรกิจระบบแฟรนไชน์เพราะระบบจัดการในยุค4.0จะเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับลูกค้ามากขึ้น        

 

            คุณนพพรได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า“ทุกธุรกิจต้องปรับตัวตั้งแต่บัดนี้ และมองให้ตกผลึกว่า ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ธุรกิจเราจะเป็นอย่างไร ต้องกำหนดทิศทางให้ชัดเจน และสำรวจตัวเองว่ามีขีดความสามารถ การสร้างความแตกต่างและพร้อมจะยืนอยู่จุดไหนในยุคอนาคตที่ธุรกิจคือสนามแข่งขันเต็มรูปแบบ หรือ “No Beg for Mercy”