Startup กับโลจิสติกส์ในประเทศไทย

October 4,2018

         อิสราเอล ประเทศที่มีธุรกิจสตาร์ทอัพหนาแน่นที่สุดในโลก รองจากซีลิคอน วัลลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับการขนานนามว่า “Startup Nation” ประเทศแห่งธุรกิจสตาร์ทอัพและศูนย์กลางด้านการสร้างผู้ประกอบการและนวัตกรรม ด้วยมีประชากรเพียง 8 ล้านคน โดยกว่า 40,000 คน เป็นแรงงานที่ทำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งทำรายได้ให้กับประเทศกว่า 15% ของ GDP มีการประกอบธุรกิจ Startup ประเภท FinTech ที่โดดเด่นและได้รับการลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือ Startup ประเภท Big Data และCyber Security รวมถึงยังมีเมืองTel Avivเป็นเมืองท่าและเขตเศรษฐกิจด้านความพร้อมของระบบนิเวศน์สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup ecosystem) รองจาก Silicon Valley และ Stockholmอันเกิดจากองค์ประกอบของปัจจัยต่างๆ อาทิ แรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมความพร้อมด้านเงินลงทุนจากหน่วยงานต่างๆเทคโนโลยี และนโยบาย กฎหมาย ระบบเศรษฐกิจจากการสนับสนุนของภาครัฐ (DIGITAL VENTURES, 2560)

ด้านประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดเผยถึงตัวเลขผู้ลงทะเบียนธุรกิจสตาร์ทอัพในปี 2561 มีจำนวนกว่า 1,700 ราย โดยคาดการณ์ว่า ปี 2564จะมีธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมถึง 3,000 ราย (NEA Startup Symposium, 2561) ร่วมด้วยภาครัฐมีนโยบายผลักดันให้ไทยติด 1 ใน 20 ของการจัดอันดับสตาร์ทอัพเนชั่น โดยสนับสนุนด้วยการระดมทุนสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพกว่า60 ล้านบาท มีกลุ่ม Venture Capitalists (VC)จำนวน 120 ราย ได้ระดมทุน 20 ล้านบาท โดยในกลุ่ม VCจะมี CVC (Corporate-VC) ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มธนาคารและกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เช่น กลุ่มธุรกิจพลังงาน PTT ตั้ง Express Solutions ใช้ชื่อย่อว่า Express Soกลุ่มเคมีภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง SCG ตั้ง AddVentures by SCG กลุ่มธุรกิจไอที Jaymart ตั้ง  J Venture และธุรกิจโรงแรมDusit Thani ตั้ง Dusit Colours เป็นต้น จำนวน70 ราย ร่วมระดมทุน 35 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจStartup และเชื่อมั่นศักยภาพของสตาร์ทอัพในประเทศไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ภาพ 1 การเติบโตของแหล่งระดมทุนในธุรกิจ Startup ประเทศไทย (Jenpasit P., 2560)

นอกจากนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)มีนโยบายผลักดันให้สตาร์ทอัพสัญชาติไทยสร้างเครือข่ายธุรกิจร่วมกับต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยสร้าง partners กับประเทศอื่นๆ กว่า 25 ประเทศ เช่น สวีเดน เยอรมัน ญี่ปุ่น ฯ โดยมีความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพด้าน Startup Ecosystem ให้ได้มาตรฐาน เช่น ความร่วมมือกับ Germany Accelerator South East Asia (GASEA) ในโครงการ Startup AsiaBerlin (SUAB) of Germany เพื่อพัฒนา Ecosystem โปรโมทสตาร์ทอัพไทยในตลาดต่างประเทศ และตั้งเป้าระดมเงินสนับสนุนจากภายนอกประเทศ ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติปี 2560 พบว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสัดส่วนการลงทุนธุรกิจ Startup มากที่สุด คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ตามลำดับ

 

ภาพ 2 การระดมทุนในธุรกิจ Start up ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Tech in Asia, 2560)

บทบาทภาครัฐกับการสร้าง Ecosystemเพื่อรองรับธุรกิจสตาร์ทอัพ

         การปลดล็อคข้อจำกัดในอดีตเพื่อสร้างEcosystemที่เหมาะสมและรองรับการเกิดขึ้นของธุรกิจสตาร์ทอัพเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนนโยบายการไปสู่สตาร์ทเนชั่น ที่ผ่านมาภาครัฐได้เริ่มนโยบายในหลากหลายโครงการ อาทิ

- ปรับปรุงกฎหมายฉบับใหม่ให้สามารถจดทะเบียนนิติบุคคลได้รายคน เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการแบบเดี่ยว

- ปรับปรุงกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ เดิมต้องมีการค้ำประกัน หรือการจำนอง เปลี่ยนเป็นการใช้ “ไอเดีย” หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่จดทะเบียน สามารถใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจ

- มีมาตรการจูงใจทางภาษี (Tax Incentives) หรือ มีหลักประกันจูงใจผู้ลงทุน

- สร้าง Ecosystemที่จะสนับสนุนแหล่งทุน แหล่งสนับสนุน ทั้งรูปแบบ Incubator, Venture Capital, Crowdfunding

- กระตุ้นให้ Startup เข้าสู่ระบบมากขึ้น เพื่อความโปร่งใส มีมาตรฐาน และดึงดูดใจผู้ลงทุน

- จัดตั้ง National Startup Center โดยกระทรวงการคลัง เพื่อรวมฝ่าย Startup ฝ่าย VC และ Incubator ไว้ด้วยกัน

- พัฒนาเครื่องมือและช่องทางการ Exit ผ่านตลาดทุน เพื่อเป็นแนวทางเก็บเกี่ยวมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการและผู้ลงทุน ส่งผลให้มีเงินทุนหมุนเวียนและการลงทุนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

- ปรับหลักสูตรการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของ Startup

            ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ร่วมกับสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (Thailand Tech Startup Association – TTSA) เปิดเผยผลการสำรวจสถานภาพระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยประจำปี 2560 หรือ The Thai Startup Ecosystem Survey 2017 พบว่า ยังคงมีปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจที่นอกจากอุปสรรคด้านระเบียบและนโยบายของรัฐ คือ การขาดแคลนบุคลากรที่เป็นที่ต้องการของสตาร์ทอัพ โดย 5 อันดับสาขาพนักงานที่ขาดแคลน คือ โปรแกรมเมอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี พนักงานฝ่ายขายและลูกค้าสัมพันธ์ พนักงานด้านการตลาด นักพัฒนาหรือวิเคราะห์ธุรกิจ รวมถึงดีไซเนอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ตามลำดับ ซึ่งรัฐบาลและมหาวิทยาลัยต้องร่วมกันเดินหน้าเร่งสร้างบุคลากรที่มีความสามารถเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสตาร์ทอัพไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่า หากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริม เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเข้าสู่อุตสาหกรรมจะมีประโยชน์ต่อกลุ่มสตาร์ทอัพในระยะยาว (http://www.sti.or.th/news-detail.php?news_type=2&news_id=318,2017)

การใช้เทคโนโลยีกับธุรกิจStartupด้านโลจิสติกส์

ภาพ 3 การระดมทุนในธุรกิจ Startup Sub-Sectors ของประเทศไทยจำแนกรายปี (Jenpasit P., 2560)

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจE-commerce FinTech และ E-logisticsสะท้อนให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยง คน องค์กร และทรัพยากรให้เกิดเป็นกระบวนการเชื่อมโยงเครือข่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจสตาร์ทอัพประเภทE-logistics ในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้บริการกับผู้ใช้มากขึ้น 

Uberตัวกลางเชื่อมระหว่างคนหรือกลุ่มคนที่กำลังต้องการใช้บริการรถโดยสารกับคนขับรถที่กำลังมองหาผู้โดยสาร

            Giztixให้บริการ Platform E-Logistics ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์Biztech ด้วยระบบ ERP Logistics ที่มีราคาสูง ให้เจ้าของสินค้าสามารถใช้งานได้ฟรี ส่งเสริมการค้า การเพิ่มยอดขาย ดึงดูดลูกค้า และเปลี่ยนผู้ประกอบการขนส่งจาก Traditional เป็น E-Logisticsบน E-Logistics Marketplace เจ้าของสินค้าหรือShipper และผู้ให้บริการขนส่ง สามารถโพสต์เสนอซื้อเสนอขายกันได้ มีระบบ Match จับคู่ให้กับผู้ซื้อ-ผู้ขาย ระบบ Chat เพื่อให้สามารถเจรจาต่อรอง ส่งใบเสนอราคากันได้ทันที บน Marketplace หรือจะติดต่อคุยกันโดยตรงระหว่าง เจ้าของสินค้า และผู้ให้บริการขนส่ง (Marketing oops, 2559)

            Shippopให้บริการระบบบริการส่งของ การจองขนส่งออนไลน์ และพัสดุออนไลน์ มีความประสงค์ให้บริการแก่ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการระบบขนส่งได้รับความสะดวก สามารถเลือกจองบริษัทส่งของได้ตามที่ต้องการ รวมถึงสามารถเปรียบเทียบราคาค่าบริการของแต่ละราย การมีส่วนลดพิเศษ ระบบสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการขนส่งที่เหมาะสมกับลักษณะความต้องการของผู้ใช้บริการ รวมถึงผู้ใช้บริการสามารถชำระค่าขนส่งได้ผ่านระบบธุรกรรมออนไลน์  การสร้างใบปะหน้าพัสดุที่สามารถพิมพ์จากระบบได้ทันที มีบริการติดตามพัสดุ มีการให้บริการรับของถึงที่โดยไม่ต้องเดินทางไปใช้บริการด้วยตนเองหรือต้องต่อคิวเข้าแถว (วราภรณ์ เทียนเงิน, 2560)

            Flexportสตาร์ทอัพโลจิสติกส์ท่าเรือ ใช้เทคโนโลยีติดตามสินค้า จากท่าเรือถึงมือผู้รับ โดยจะมีการติดตั้งแทร็คให้กับสินค้าด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ขั้นแรก นับตั้งแต่การรับสินค้าจากต้นทางไปจนถึงมือผู้รับปลายทาง (Brandinside, 2560)

            MyCloudให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดเก็บสินค้า ขนส่ง จัดวาง รวมทั้งให้บริการสำหรับสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าที่ต้องจัดเก็บเป็นระยะเวลานาน จนถึงสินค้าที่ต้องมีการขนส่งที่รวดเร็ว เป็นบริการขนส่งและจัดเก็บสินค้าที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริการไปจากอดีต และกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในกลุ่มผู้ขายสินค้าออนไลน์ (ปวีร์ ศิริมัย, 2560)

แนวทางการปรับตัวStartupด้านโลจิสติกส์

            ด้วยแนวโน้มการพัฒนาของสตาร์ทอัพไทยจะเชื่อมโยงกับระบบE-logistics มีกระบวนการโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อนบริหารจัดการหลังบ้าน สนับสนุน อำนวยความสะดวกในเรื่องการจัดส่งสินค้าได้อย่างครบวงจร กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จึงได้ดำเนินการพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดโครงการประกวด “รางวัลผู้ประกอบการที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์” (Excellent Logistics Management Award : ELMA) เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเป็นต้นแบบให้กับผู้ประกอบการรายอื่นได้ และในปีนี้บริษัทที่ได้รับรางวัลได้นำเสนอแนวคิดการบริหารจัดการงานด้านโลจิสติกส์ อันจะเป็นแนวทางให้กับสตาร์ทอัพยุคใหม่ได้เรียนรู้ได้อย่างดีเยี่ยม 

บริษัท กรุงเทพคลังเอกสาร จำกัดผู้ให้บริการจัดเก็บสินค้าและการจัดการข้อมูลทางธุรกิจที่ครบวงจร ด้านการจัดการคลังสินค้า โดยความโดดเด่นของบริษัทฯ อยู่ที่การออกแบบบริการโดยเพิ่มValue Added Services ด้วยการขยายการบริการไปถึงการรับจัดเก็บและบริหารเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบHosting ด้วยระบบ Livelink Enterprise นับเป็นการออกแบบบริการและใช้เทคโนโลยีที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ซึ่งเมื่อลูกค้ามีปัญหา จะทำให้สามารถสืบค้นเอกสารและแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว  นอกจากนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่กลุ่มในธุรกิจการเงิน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยในการเก็บรักษาเอกสารอย่างเข้มข้น จึงเป็นที่ไว้วางใจและมีลูกค้าใช้บริการจากบริษัทฯ ต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจจนถึงปัจจุบัน   

บริษัท ไทยสมเด็จ เซอร์วิส จำกัด ผู้ให้บริการด้านพิธีการศุลกากรมากกว่า 48 บริษัทฯ มีจุดแข็งในการบริหารจัดการองค์กร คือ การนำเทคโนโลยี Intelligent Customs Clearance Technology (ICCT) มาใช้ในการดำเนินการ ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้คิดค้นซอฟต์แวร์ขึ้นเอง ทำให้สามารถพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านพิธีการศุลกากร เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านขั้นตอนเอกสารที่ยุ่งยากให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนของบริษัทฯ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีสินค้าจำนวนมากที่จะต้องทำเอกสารผ่านศุลกากร การใช้เทคโนโลยีดังกล่าว นับว่าช่วยลดโอกาสการเกิดความผิดพลาด และทำให้สามารถบริการลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

การพัฒนาStartupด้านโลจิสติกส์กับการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่าย 

            ฟาร์มสุขแอปพลิเคชัน(Farmsuk Application)“แอปพลิเคชันสำหรับจับจ่ายสินค้าทางการเกษตร เพื่อให้คนไทยได้บริโภคสินค้าจากเกษตรกร ผู้ผลิตโดยตรง” เป็นแหล่งความรู้และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยสู่ยุคดิจิทัล โดยส่งเสริมเกษตรกรให้สามารถสร้างอาชีพอย่างมั่นคง ยั่งยืน มีกลไกของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เชื่อมโยงการนำเครื่องมือที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ได้จริง รวมทั้งพัฒนากระบวนการตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่ายสินค้า ผ่านฟาร์มสุขแอปพลิเคชันโดยการนําเทคโนโลยีผสมผสานกับIoT ทั้ง ได้รับการขนานนามว่า Precision Agriculture และมีร้านค้าออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางให้กับเกษตรกรสามารถนำสินค้ามาขายผ่านE-Marketplace ร้าน Farmsuk ได้ 24 ชั่วโมง การให้บริการของแอปพลิเคชันนี้ เริ่มจากการเชิญชวนให้เกษตรกรรายย่อยเข้ามาเปิดร้านขายสินค้าเกษตรออนไลน์บนPlatform ร้านฟาร์มสุข โดยผู้ขายสามารถกำหนดราคาขายสินค้าได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่ง แอพพลิเคชั่นนี้เป็นผู้ช่วยบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า การขนส่งสินค้า การชำระค่าใช้จ่าย รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นเพื่อการปรับปรุงคุณภาพและการบริการ นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยการประยุกต์ใช้IoT เข้ามาช่วยจัดการในการทําให้ ไร่นา ฟาร์มเกษตร กลายมา ฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farm หรือ Intelligent Farm) ตั้งแต่เริ่มเพาะปลูก การรดน้ำ การใส่ปุ๋ย และการพยากรณ์สภาพอากาศ เพื่อประหยัดต้นทุนในการเพาะปลูก อีกทั้งให้ความรู้เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าและการนำเสนอสินค้าให้น่าสนใจด้วยเทคนิคการถ่ายภาพด้วย

บทสรุป

            การพัฒนาประเทศสู่สตาร์ทอัพเนชั่น เป็นเป้าหมายสำหรับการกระตุ้นให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจโดยการส่งเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการมุ่งสู่ความเป็นมืออาชีพ (Smart Enterprise) สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งผู้ประกอบการยุคใหม่จำเป็นต้องใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ (Innovation-driven Enterprises /Startup) โดยนวัตกรรมถือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งภาครัฐมีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพที่เป็นอนาคตของประเทศ ทั้งในธุรกิจที่เป็นจุดแข็ง เช่น ภาคธุรกิจบริการ สุขภาพ อาหาร วัฒนธรรม ที่ในอนาคตมีโอกาสที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และธุรกิจอื่น อย่างเช่น Deep Tech  และ Med Tech อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยจะเป็นสตาร์ทอัพเนชั่นได้ต้องต้องได้รับการพัฒนา Ecosystem จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งสตาร์ทอัพเองจำเป็นต้องปรับตัวสู่ Next Generation เพื่อที่จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและนำพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว