“Transportation 4.0” ทางรอดหรือทางร่วงขนส่งไทย

July 10,2018

ในช่วงเวลานี้หากใครไม่พูดถึงเรื่อง Thailand 4.0 ต้องนับว่าไม่ทันสมัย หรืออาจจะคุยกับคนอื่น “ไม่รู้เรื่อง” เพราะคำว่า Thailand 4.0 นั้น ได้เข้ามามีบทบาทต่อแนวทางการพัฒนาประเทศอยู่พอสมควร อาจสืบเนื่องมาจากการให้ข้อมูลกันอย่างกว้างขวางว่าประเทศไทยจะต้องพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ตัวเลข 4.0 ให้ได้ในเวลาไม่นานจากนี้

ทว่าจะมีสักกี่คนที่จะเข้าใจว่า Thailand 4.0 นั้นคืออะไร

อย่างไรก็ตาม หากว่าจะต้องพัฒนาประเทศให้เดินหน้าต่อไปโดยที่ยังไม่มีการปรับตัว เราก็คงจะกลายเป็นแกะดำที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในเวทีโลก ดังนั้นผู้เขียนจึงให้ข้ออธิบายเบื้องต้นกับคำว่า 4.0 แบบง่ายๆ ว่ายุค 1.0 ถึงยุค 4.0 นั้นเปรียบเสมือนกับรุ่นของโทรศัพท์มือถือที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน โดยรุ่นที่มีตัวเลขน้อยๆ นั้นก็เปรียบเสมือนมือถือรุ่น กระดูกหมา เครื่องใหญ่ๆ เสายาวๆ ใช้โทรออกและรับสายได้เท่านั้น และในยุคที่มีตัวเลขมากๆ ก็คือมือถือในยุคปัจจุบัน ที่สามารถทำงานได้ค่อนข้างหลากหลาย โทรได้ ถ่ายรูปก็ได้ เชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ก็ได้ ถ่ายเอกสารก็ได้ เล่นเกมส์ก็ดี แถมเครื่องมีขนาดเล็กลงอย่างมากเมื่อเทียบกับรุ่นกระดูกหมาที่เราเคยใช้กันมาในอดีต

จะเห็นได้ว่าโทรศัพท์ในแต่ละรุ่นก็จะมีพัฒนาการของขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้น พัฒนาการทางเศรษฐกิจก็เช่นกัน เราวัดกันที่ขีดความสามารถในการสร้างผลกำไรทางการเงิน ว่ารูปแบบเศรษฐกิจในแต่ละยุคนั้นเราทำน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมากหรือทำมากแต่ได้ผลตอบแทนน้อย ซึ่งตัวเลขที่ใช้อธิบายยุคสมัยทางเศรษฐกิจในอดีตที่ผ่านมาจึงมีการเปลี่ยนแปลงตามตัวเลขที่เป็นอยู่ ตั้งแต่ยุคของการเกษตรกรรม อุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมหนัก จนถึงยุคของการเทคโนโลยีมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เอาละทุกท่านคงจะเริ่มเห็นภาพรวมของคำว่า 4.0 มากขึ้นแล้วนะครับ

บทความนี้ไม่ได้มุ่งเน้นหนักไปที่ Thailand 4.0 แต่จะอธิบายถึงส่วนหนึ่งของ Logistics 4.0 นั้นว่าคือ Transportation 4.0 กัน ซึ่งหากเราพูดเรื่องโลจิสติกส์ ทุกท่านก็จะเห็นภาพของระบบการขนส่งทั้ง รถบรรทุก เรือสินค้า หรือเครื่องบินขึ้นมาทันที เพราะบุคคลส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าโลจิสติกส์ คือ “การขนส่ง” ซึ่งแม้ว่าจะเป็นข้ออธิบายที่ถูกต้องแต่ก็อาจยังไม่ครอบคลุมเนื้อหานัก เพราะคำว่าโลจิสติกส์ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก เช่น ระบบคลังสินค้า การจัดการสินค้าคงคลัง การจัดซื้อ หรือแม้แต่กิจกรรมด้านการเลือกสถานที่ตั้งของโรงงานหรือคลังสินค้า เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการขนส่งก็ยังถือว่าเป็นกิจกรรมที่สำคัญในลำดับต้นๆ ของกิจกรรมโลจิสติกส์ เพราะจากรายงานโลจิสติกส์ประจำปี 2559 ที่ระบุว่าต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 53.5 ของต้นทุนโลจิสติกส์ทั้งหมด ดังนั้นจึงเรียกได้ว่า ครึ่งหนึ่งของต้นทุนโลจิสติกส์มารวมกันอยู่ที่ต้นทุนขนส่ง

ซึ่งหากเราสามารถบริหารจัดการหรือลดต้นทุนในส่วนนี้ได้ ก็เท่ากับว่าเราจะมีกำไรที่เพิ่มขึ้น โดยกฎของการลดต้นทุนอย่างง่ายๆ “เพียงลดต้นทุนได้ 1 บาท เท่ากับคุณจะมีกำไรเพิ่มมา 1 บาท” เช่นกัน

ขนส่ง 4.0 ในบริบทโลก

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การขนส่ง 4.0 หรือ Transportation 4.0 เราจะต้องดำเนินการหรือพัฒนาระบบการขนส่งของเราอย่างไร ถึงจะเรียกได้ว่า การขนส่งในยุค 4.0

เป็นที่ชัดเจนว่าการขนส่ง 4.0 ก็ยึดหลักเดี่ยวกับคำว่า 4.0 ของระบบอื่นนั้นคือ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยนำสองคำนี้มาใส่ในกระบวนการทางด้านการขนส่งของเรา ดังตัวอย่างที่เราเคยเห็นในต่างประเทศที่สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนง่ายๆ คือ ส่วนที่เป็น Hardware และ Software โดยผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างทั้ง 2 ส่วนแยกกันและจะพยายามอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด

  1. 1. Hardware ด้านการขนส่ง 4.0 นั้น เราจะเห็นในรูปแบบของ
    1. 1.1) ยานพาหนะ 4.0 อาทิ การใช้รถบรรทุกอัจฉริยะ ที่สามารถเบรคเองเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน หรือแม้แต่สามารถรักษาให้ตัวรถนั้นคงอยู่ในช่องเดินรถของตัวเองได้อย่างถูกต้อง ป้องกันผู้ขับที่มักเกิดอาการหลับในหรือใจลอยจนขับออกนอกช่องจราจรของตน ในรถบรรทุกบางคันก็สามารถหักเลี้ยวในมุมแคบได้ โดยสามารถปรับองศาของล้อรถ เมื่อเจอกับเส้นทางที่แคบมากๆ ในเมืองใหญ่ และยังมีรถที่สามารถให้คนขับออกมานอกตัวรถแล้วใช้รีโมทคอนโทรลตัวรถในยามที่ต้องถอยหลังในพื้นที่จำกัดได้อีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่ายรถในฝั่งชาติตะวันตกเป็นผู้พัฒนาแทบจะทั้งสิ้น ทั้งหมด เป็นเพราะข้อจำกัดเรื่องคนทำงาน และค่าแรงที่ค่อนข้างสูง ซึ่งที่ได้รับความสนใจกันอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมาก็เพราะมีบริษัทขายพิซซ่ายี่ห้อหนึ่ง ปล่อยคลิปยานพาหนะในการส่งพิซซ่าแบบใหม่ นั้นก็คือ โดรน (Drone) หรือ อากาศยานไร้คนขับ และอีกชื่อหนึ่งคือ UAV (Unmanned Aerial Vehicle) ซึ่งก็สร้างความตื่นเต้นในวงการได้พอสมควร
    2. 1.2) เครื่องมืออุปกรณ์ในยุค 4.0 เช่น ระบบการจัดเก็บสินค้าและเรียกคืนสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage/Retrieval System) หรือที่เรียกกันจนติดปากว่าระบบ AS/RS ซึ่งเป็นระบบที่สามารถเติมเต็มกระบวนการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยที่ใช้ต้นทุนให้น้อยลง
  2. 2. Software ด้านการขนส่ง 4.0 นั้น เราจะเห็นโปรแกรมในรูปแบบของระบบปฏิบัติการที่สนับสนุนการขนส่ง เช่น ระบบการจัดการการขนส่ง Transportation Management System (TMS) ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการจัดการข้อมูลทางด้านการขนส่ง ทั้งข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการจัดส่ง ข้อมูลเที่ยวรถ ข้อมูลสินค้า รวมไปถึงข้อมูลการบำรุงรักษายานพาหนะ ที่จะสามารถทำให้ผู้ประกอบการมีข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และสามารถดึงข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในตัดสินใจการดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องทันท่วงที รวมถึง ระบบการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการทางศุลกากรที่คล้ายกับระบบ National Single Window (NSW) ที่รัฐบาลพยายามที่จะปลุกปั้นให้เป็นช่องทางที่จะสามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ นำเข้า-ส่งออก เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่รวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการยืนยันเอกสาร และอนุมัติคำร้องต่างๆ ให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อลดขั้นตอน และการเสียเวลา อีกทั้งระบบติดตามรถบรรทุกที่เราเรียกจนติดปากว่า GPS มีความสามารถทั้งการตรวจสอบสถานะของรถว่าอยู่ที่ไหน หรือผ่านที่ไหนมาบ้าง และยังสามารถควบคุมและติดตามพฤติกรรมการ ขับขี่ของพนักงานขับรถ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของเรา และยังสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้อีกทางหนึ่ง เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า การขนส่ง 4.0 ก็คือการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ในอุตสาหกรรมขนส่ง เพื่อลดอุบัติเหตุ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้า และท้ายที่สุดคือการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการขนส่งของเรา ซึ่งจะนำมาซึ่งผลกำไรที่เพิ่มขึ้นรวมถึงความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อบริษัทของเรานั่นเอง

เราลอกเลียนแบบบริบทโลก ได้หรือไม่

จากตัวอย่างเรื่องของการประยุกต์เอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในงานด้านการขนส่ง อาจนำมาซึ่งประเด็นคำถามที่ว่า หากผู้ประกอบการขนส่งของไทย จะเอารูปแบบของฝรั่งมาใช้กับบริษัทเลยจะเป็นไปได้หรือไม่ รวมถึงผลที่จะได้รับนั้นจะคุ้มค่าหรือเสียหายมากกว่ากัน ซึ่งผู้เขียนจะขออธิบายโดยละเอียด ดังนี้

หากท่านมีความพร้อม ก็ควรดำเนินการในทันที แม้ว่าท่านจะเป็นบริษัทขนส่งของไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและให้บริการในระดับ World-class แล้วก็ตาม ซึ่งจะทำให้ท่านกลายเป็นบริษัทที่มีคุณภาพอยู่ในลำดับต้นๆ ทางด้านการขนส่งของประเทศได้ หากว่ายังไม่มีความพร้อมเพียงพอก็ควรพิจารณาดำเนินการอย่างรอบคอบและเหมาะสมกับสถานภาพของตน

อย่างไรก็ตามบริษัทด้านการขนส่งของไทยมากกว่า 90% ที่จดทะเบียน ล้วนแต่เป็นบริษัทขนส่งขนาดกลางและขนาดเล็ก นั่นหมายความว่า หากท่านเป็นบริษัทขนส่งสินค้าทางถนน ท่านก็จะเป็นบริษัทที่มีรถบรรทุก 1-10 คัน ครั้นจะทุ่มเทเงินทุนไปกับรถบรรทุกอัจฉริยะราคาหลักสิบล้านก็คงจะไม่ใช่การตัดสินใจที่รอบคอบและถูกต้องนัก ดังนั้นหากท่านเข้าข่ายนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ท่านเป็นบริษัทไทยที่มีการขนส่งยุค 4.0 แบบไทยๆ นั้นคือ มีระบบบริหารจัดการทางด้าน Software ก่อนที่จะไปลงทุนในด้าน Hardware เพราะว่าอย่างไรเสียการยอมมีรถบรรทุกธรรมดา 5 คัน ดีกว่ามีรถบรรทุกอัจฉริยะเพียง 1 คัน

ดังนั้น การที่เราจะลอกเลียนแบบฝรั่ง 100% คงไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมนัก แต่เราควรปรับใช้หลักคิดของเขาจะดีกว่าการลงทุนใน Hardware ราคาแพง

การปรับตัวของผู้ประกอบการขนส่งไทย

วิธีปรับตัว ให้บริษัทขนส่งของเรา เป็น Thailand Transportation 4.0 หรือขนส่ง 4.0 แบบไทยสไตล์นั้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาในรายละเอียดที่สำคัญใน 4 ประเด็น ดังนี้

1. การปรับแนวคิดธุรกิจจาก Cost เป็น Value

ในยุคการแข่งขันสูงแบบนี้ ย่อมมีผู้ประกอบการขนาดใหญ่จำนวนมากเข้ามาสู่ตลาดการขนส่ง อันเนื่องมาจากการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์ที่มีแนวโน้มเติมโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ผู้เขียนจึงอยากจะให้ทุกท่านตระหนักว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ บริษัทข้ามชาติเข้ามาแข่งขันในธุรกิจ ดังนั้นการทำธุรกิจที่เน้นเพียงต้นทุนอย่างเดียวจะทำตลาดได้ยากในอนาคต จึงอยากให้ทุกท่านลองมองหาโอกาสทางธุรกิจด้านการขนส่งที่มีมูลค่าสูง ขนส่งที่ลูกค้าไม่สนใจเรื่องราคา แต่สนใจอย่างอื่นแทน เช่น มิติความปลอดภัย หรือมิติความเร็ว แทน เพราะเชื่อว่า “ของแพง....ขายได้เสมอ”

2. Outsourcing

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน เราควรเพ่งมองเฉพาะ Core Business ของเราเท่านั้น และทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับมันอย่างเต็มที่ งานที่ไม่สำคัญก็ตัดให้คนอื่นทำบ้างก็ได้ และข้อดีของการ Outsourcing อีกข้อหนึ่งคือ Outsourcing เป็นต้นทุนคงที่ ตกลงเท่าไหร่...จ่ายเท่านั้น

3. พันธมิตรทางธุรกิจ

ในอนาคตจะยิ่งมีผู้ประกอบการเข้ามาแข่งขันในธุรกิจการขนส่งมากขึ้น ดังนั้นการทำธุรกิจแบบโดดเดี่ยวอาจไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การหาพันธมิตรทางธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้กับธุรกิจของเราได้ รวมถึง เพื่อขยายบริการให้สามารถควบคุมพื้นที่ได้มากขึ้น และสามารถพัฒนาธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

4. การใช้ประโยชน์จาก Free Technology

ปัจจุบันมีโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นฟรีมากมาย เช่น Line, Facebook, Google Map ซึ่งล้วนแล้วเป็นฟรีแวร์ทั้งสิ้น ที่เราสามารถหาประโยชน์และประยุกต์ใช้ให้เข้ากับงานขนส่งของเรา หรือโปรแกรม TMS ที่ถูกพัฒนาด้วยหน่วยงานราชการไทยที่สามารถใช้งานได้ฟรีนั้นคือโปรแกรม LTMA ของสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง

สุดท้ายผู้เขียนอยากจะฝากไว้ว่า “อย่าตระหนก แต่จงตระหนัก” กับการเปลี่ยนแปลงเรื่อง 4.0 เพราะคงจะไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่างที่เรารู้จัก ได้ในชั่วข้ามคืน แต่ก็อย่าชะล่าใจจนไม่สามารถตั้งรับและปรับตัวการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง....ก็แค่นั้นเอง