ธุรกิจโลจิสติกส์กับการค้าชายแดนประเทศไทย

January 11,2019

ธุรกิจโลจิสติกส์กับการค้าชายแดนประเทศไทย

          แนวโน้มทางเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะการค้าชายแดนระหว่างประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกัน ดังเช่น มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา) ในช่วงเก้าเดือนแรก (ม.ค.-ก.ย. 2561) อยู่ที่ 834,354.28 ล้านบาท มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน (พ.ศ. 2560) โดยจำแนกเป็นมูลค่าการนำเข้าสินค้า 348,377.49 ล้านบาท และมูลค่าการส่งออก 485,976.79 ล้านบาท (กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, 2561)

        ตารางที่ 1 มูลค่าการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย-เมียนมา-สปป ลาว-กัมพูชา ปี 2559-2561 (มกราคม-กันยายน)

                                                                             หน่วย : ล้านบาท

ประเทศ

2559

2560

2560

2561

%Y0Y

(มกราคม-กันยายน)

มูลค่าการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย-เมียนมา-สปป ลาว-กัมพูชา

มูลค่า

1,013,206.17

1,081,274.05

801,276.34

834,354.28

4.13

ส่งออก

605,159.35

654,413.76

489,750.08

485,976.79

-0.77

นำเข้า

408,046.82

426,860.29

311,526.26

348,377.49

11.83

ดุลการค้า

197,112.53

227,553.47

178,223.82

137,599.30

 

ที่มา: กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยกองความร่วมมือการค้าและการลงทุน, 2561

            ปี 2556-2560 การค้าชายแดนขยายตัวอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เฉลี่ยร้อยละ 1.3 ต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 1,333,143 ล้านบาท ในปี 2556 เป็น 1,396,751 ล้านบาทในปี 2560 ซึ่งมูลค่าการค้าชายแดนกับมาเลเซียมีมูลค่าสูงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52 ของมูลค่าการค้าชายแดนทั้งหมด รองลงมา คือ สปป. ลาว (ร้อยละ 19) เมียนมา (ร้อยละ 17) และกัมพูชา (ร้อยละ 12) เช่นเดียวกับปีปัจจุบัน

ตารางที่ 2 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา ปี 2556-2560

หน่วย : ล้านบาท

ปี

2556

2557

2558

2559

2560

อัตราการขยายตัวเฉลี่ยระหว่างปี 2556-2560 (ร้อยละ)

อัตราการขยายตัวเฉลี่ยระหว่างปี 2559-2560 (ร้อยละ)

การค้าระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน

มูลค่ารวม

1,333,143

1,428,428

1,392,574

1,354,223

1,396,751

1.3

3.1

ส่งออก

750,262

821,665

793,471

787,875

808,768

2.0

2.7

นำเข้า

582,881

606,763

599,103

566,348

587,983

0.3

3.8

ดุลการค้า

167,382

214,902

194,367

221,527

220,785

8.1

-0.3

การค้าชายแดน

มูลค่ารวม

925,408

990,409

1,006,301

1,013,206

1,081,274

4.0

6,7

ส่งออก

560,870

590,664

589,140

605,159

654,414

4.0

8.1

นำเข้า

364,537

399,745

417,161

408,047

426,860

4.1

4.6

ดุลการค้า

196,333

190,919

171,979

197,113

227,553

4.3

15.4

สัดส่วนมูลค่าการค้าชายแดนต่อมูลค่าการค้าระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน (ร้อยละ)

69

69

72

75

77

-

-

 

 

ที่มา : ประมวลจากข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

โดยสำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนพัฒนาพื้นที่ สศช., 2560

การค้าชายแดนของประเทศไทย

          การค้าชายแดนมีการขนส่งผ่าน 5 ภาคของประเทศไทย ได้แก่ 1. การค้าชายแดนผ่านภาคใต้ ทำการค้ากับมาเลเซีย ซึ่งผ่านจังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส สตูล และปัตตานี และเมียนมาผ่านจังหวัดระนอง   2. การค้าชายแดนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำการค้ากับ สปป.ลาว และกัมพูชา 3. การค้าชายแดนผ่านภาคเหนือ ทำการค้ากับเมียนมา และ สปป.ลาว 4. การค้าชายแดนผ่านภาคตะวันออก ทำการค้ากับประเทศกัมพูชา 5. การค้าชายแดนผ่านภาคตะวันตก ทำการค้ากับประเทศเมียนมา โดยแต่ละภาคค้าขายผ่านด่านต่างๆ ดังนี้

ตารางที่ 3 ด่านที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุด 10 อันดับแรก (ปี 2556-2561)

   หน่วย : ล้านบาท

ลำดับ

ด่านศุลกากร

2556

2557

2558

2559

2560

อัตราเปลี่ยนแปลงเฉลี่ย ปี 56 – 60 (%)

อัตราเปลี่ยนแปลงปี 59 – 60 (%)

มูลค่าการค้าชายแดนรวมปี 2561

(ม.ค.-ก.ย.)

,1

ด่านสะเดา

(จ.สงขลา)

330,023

348,777

324,934

332,789

348,824

1.5

4.8

278,964.24

2

ด่านปาดังเบซาร์

(จ.สงขลา)

163,309

151,888

154,618

159,037

204,019

6.5

28.3

139,644.09

3

ด่านแม่สอด

(จ.ตาก)

46,402

63,583

72,215

84,540

79,517

15.4

-5.9

55,016.59

4

ด่านอรัญประเทศ

(จ.สระแก้ว)

59,652

74,772

77,173

66,670

75,151

6.9

12.7

60,466.30

5

ด่านสังขละบุรี

(จ.กาญจนบุรี)

114,647

116,567

112,532

70,270

64,448

-11.9

-8.3

54,903.88

6

ด่านมุกดาหาร

(จ.มุกดาหาร)

30,444

39,326

53,943

62,075

63,555

21.0

2.4

45,788.11

7

ด่านหนองคาย

(จ.หนองคาย)

57,243

60,128

61,621

64,047

60,081

1.3

-6.2

45,308,51

8

ด่านคลองใหญ่

(จ.ตราด)

26,243

29,639

31,819

33,714

33,441

5.8

-0.8

25,008.38

9

ด่านระนอง

(จ.ระนอง)

21,954

20,000

18,532

19,524

25,800

5.3

32.1

15,818.76

10

ด่านทุ่งช้าง

(จ.น่าน)

4,451

6,766

10,368

20,894

25,626

57.4

22.7

21,351.04

ที่มา : กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, 2561

อุปสรรคการทำการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน

          การเปิดการค้าเสรีในภูมิภาคอาเซียน ได้ทำข้อตกลงด้านการเปิดเสรีบริการด้านโลจิสติกส์ แต่ยังคงมีช่องว่างของข้อตกลงบางประการ ที่ส่งผลให้ประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกันในภูมิภาคอาเซียน ยังคงมีประสบกับอุปสรรคทางการค้าที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจไทยไม่สามารถพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันได้อย่างเต็มที่ ทั้งอุปสรรคที่เกิดจากข้อกำหนด กฎหมายที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ อีกทั้งกฎหมายบางเรื่องมีลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของอาเซียน อาทิ National Treatment : NT ข้อจำกัดของการใช้พาหนะ ข้อกำหนดเกี่ยวกับวัน เวลา ในการปฏิบัติงาน การจราจร และผังเมือง อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายถนนซึ่งเป็นรูปแบบการขนส่งหลักและเป็นที่นิยมของเกือบทุกประเทศในอาเซียนไม่เอื้ออำนวยโดยอุปสรรคดังกล่าวเป็นผลทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าบริเวณชายแดนสูง

โอกาสของธุรกิจโลจิสติกส์กับการค้าชายแดน

ประเทศไทยมีพื้นที่ติดชายแดนรวมระยะทางทั้งสิ้น 5,582 กิโลเมตร อาทิ ติดกับพรมแดนเมียนมาร์ เป็นระยะทาง 2,400 กิโลเมตร ติดกับพรมแดนประเทศ สปป. ลาว เป็นระยะทาง 1,810 กิโลเมตร เป็นต้น ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งที่มีโอกาสในการทำการค้าและการขยายตัวของธุรกิจโลจิสติกส์ได้ในมูลค่าสูง อันมีปัจจัยสนับสนุนมาจากหลายด้าน ดังนี้

1. นโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสนับสนุนโลจิสติกส์กับการค้าชายแดนไทย

       ประเทศมาเลเซีย ได้เริ่มโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนาดใหญ่ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงกัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์ โครงการรถไฟสายชายฝั่งตะวันออก (East Coast Rail Link: ECRL) เชื่อมโยงเส้นทางจากสถานีรถไฟตุมปัต (อยู่ในรัฐกลันตัน ห่างจากชายแดนไทยบริเวณด่านตาบ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาส) ประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นต้น

       ประเทศเมียนมา มีการพัฒนาโครงการขนส่งเชื่อมโยงระหว่างไทย-เมียนมาหลายโครงการ โดยเฉพาะเส้นทางในฝั่งเมียนมาระหว่างเมียวดี (ตรงข้ามอำเภอแม่สอด)-ย่างกุ้ง สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ณ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นต้น

       ประเทศ สปป. ลาว การค้าและการลงทุนขยายตัวในระดับสูง เช่น จำนวนรถทุกประเภทเพิ่มขึ้น 8 แสนคัน การก่อสร้างห้างสรรพสินค้าในเวียงจันทน์และแนวโน้มกำลังซื้อของคนเพิ่มขึ้น การขยายอาคารสนามบินนานาชาติเวียงจันทน์ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่สามารถเชื่อมโยงเวียดนาม และนครพนม เป็นต้น

       ประเทศกัมพูชา ได้ปรับปรุงถนนช่วงด่านปอยเปตและเส้นทางรถไฟที่จะช่วยให้การขนส่งระหว่างด่านบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศไปยังพนมเปญสะดวกขึ้น การเชื่อมโยงเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเกาะกงของกัมพูชากับเขตเศรษฐกิจพิเศษตราด (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2560)

2. ข้อตกลงการค้าระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค ประเทศไทยได้ทำข้อตกลงกับประเทศต่างๆ ทั้งระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการขนส่งข้ามแดน ลดความซับซ้อนด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าและบุคคลข้ามพรมแดน ตลอดจนส่งเสริมการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ อันเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับประเทศสมาชิก อาทิ ข้อตกลงการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายระหว่างไทยกับสิงคโปร์ผ่านประเทศมาเลเซียตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ข้อตกลงอาเซียนการขนส่งสินค้าผ่านแดน พ.ศ. 2541 การอำนวยความสะดวกการเดินเรือในแม่น้ำโขงเชื่อมโยงจังหวัดยูนนาน ประเทศจีนกับลาวและจังหวัดเชียงราย พ.ศ. 2544 การเข้าร่วมเป็นสมาชิกเขตการค้าเสรีอาเซียน เพื่อลดภาษีนำเข้าระหว่างประเทศสมาชิกให้เป็นร้อยละ 0 ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง (GMS CBTA) ประกอบด้วยประเทศสมาชิกได้แก่ ไทย เวียดนาม สปป.ลาว เมียนมา และจีน (มณฑลยูนนานและเขตปกครองตัวเองกว่างสีจ้วง)

3. การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่บริเวณชายแดน ประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาความมั่นคง อาทิ พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดสระแก้ว – เขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปต - โอเนียงและพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดตราด – เขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง เชื่อมโยงกัมพูชาและเวียดนามตอนใต้  พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดมุกดาหาร – เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวันเซโน เชื่อมโยงสปป.ลาว เวียดนาม และตะวันออกไกล (ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน) และพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดตาก -  เขตการค้าเมียวดี เชื่อมโยงย่างกุ้ง อินเดีย และจีนตอนใต้ เป็นต้น (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2561) โดยกิจการเป้าหมายสำหรับการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ คือ 13 กลุ่มกิจกรรมเป้าหมาย อันได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตร ประมง อุตสาหกรรมเซรามิกส์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องหนัง อุตสาหกรรมผลิตเครื่องเรือน อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมผลิตพลาสติก อุตสาหกรรมผลิตยา อุตสาหกรรม   โลจิสติกส์ นิคมหรือเขตอุตสาหกรรม และกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลดหย่อนภาษีร้อยละ 50 จำนวน 5 ปี การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกรมสรรพกร การงดเว้นหรือลดอัตราภาษีผ่อนปรนเงื่อนไขการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนจากกรมศุลกากร การอำนวยความสะดวกในการลงทุนให้ SMEs และการจัดสินเชื่อเพื่อการลงทุนจากธนาคาร เป็นต้น

ปี 2558 กรมการค้าต่างประเทศ ได้ประกาศให้จังหวัดเชียงรายเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายพัฒนาพื้นที่ตามแนวชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการค้าและการลงทุนของจังหวัดเชียงราย โดยได้มีการพัฒนาในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง มีระบบการขนส่งเพื่อรองรับกิจกรรมการค้าที่สมบูรณ์ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ เช่น สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 4 ท่าเรือพาณิชย์และท่าเรือท่องเที่ยวที่อำเภอเชียงแสน ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง การปรับปรุงเส้นทางคมนาคมขนส่งภายในจังหวัดเพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งทำให้มูลค่าการค้าชายแดนสูงขึ้น

นอกจากนี้ นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ยังได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรชายแดน โดยสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่สนับสนุนให้มีการรวบรวมและรับซื้อสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำมาปรับปรุงคุณภาพ หรือแปรรูปใช้เป็นวัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อลดปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและผลกระทบต่อตลาดสินค้าเกษตรในประเทศ

4.การพัฒนาบุคลากรในสายอาชีพโลจิสติกส์ ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับบุคลากรในสายงานโลจิสติกส์ โดยปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาสาขาโลจิสติกส์ระดับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและความต้องการของธุรกิจ ทั้งมีการจัดตั้งสถาบันและศูนย์พัฒนาบุคลากร มุ่งเน้นการฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น บุคลากรด้านพิธีการศุลกากร บุคลากรด้านการขนส่งสินค้าทางถนน เป็นต้น รวมถึงสนับสนุนองค์กรกำกับดูแลวิชาชีพ การประเมินคุณภาพการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์  และยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านโลจิสติกส์ เช่น มาตรฐานฝีมือแรงงานสาขาอาชีพผู้ปฏิบัติการคลังสินค้า มาตรฐานฝีมือแรงงานสาขาอาชีพผู้บริหารงานขนส่งสินค้าทางถนน (เกียรติพงษ์ สันตะบุตร, 2560) ด้านสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูง ภาคเหนือตอนบน 2 สาขาโลจิสติกส์ สาขาท่องเที่ยวและบริการ (นานาชาติเชียงแสน) และดำเนินการพัฒนาฝีมือแรงงานในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (GMS-ASEAN) มีการฝึกอบรมในสาขาผู้ปฎิบัติการขนส่งสินค้า ผู้ขับยานพาหนะขนส่ง/รถหัวลาก ผู้ปฏิบัติการคลังสินค้า ผู้ปฎิบัติด้านการจัดซื้อ พนักงานขับรถโฟล์คลิฟ ช่างเทคนิคและซ่อมบำรุง ผู้ปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น (สำนักข่าวออนไลน์, 2560)

          ปัจจุบันทุกประเทศต่างปรับตัวในหลายๆ ด้าน เพื่อสร้างความพร้อมให้เอื้อสู่การเข้ามาลงทุนของประเทศต่างๆ  ซึ่งประเทศไทยก็เร่งปรับแก้ไข ทั้งข้อบังคับ กฎระเบียบ การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเร่งพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์สำหรับการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน การค้าผ่านแดนไปยังประเทศที่สาม และประเทศจีน เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามแผนพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศ ฉบับที่ 3 ผ่านการบูรณาการความร่วมมือในทางปฏิบัติ สานต่อกรอบนโยบายการพัฒนาจากภาครัฐสู่การปฏิบัติจริง

          ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ยังจำเป็นต้องติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหวด้านต่างๆ ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถให้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจระหว่างประเทศได้อย่างมีมาตรฐานควบคู่ไปกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ